สยอง4ศพ! กระบะเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนรถอีกฝั่ง-ตายทั้งคัน

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.กิติพันธ์ โปร่งคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนประสานงานกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสาย 324 อู่ทอง-กาญจนบุรี หมู่ 11 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจักรนารายณ์ อู่ทอง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผค-4301 นครปฐม คว่ำอยู่บนถนนสภาพพังยับเยิน และพบศพนายอาทร แก้วจักษุ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 2 ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร เป็นผู้ขับขี่ ใกล้กันพบศพ น.ส.รุ่งรัตน์ ซ้ายกระโทก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร นั่งมาด้วย เสียชีวิตถูกอัดก๊อปปี้ภายในรถ

ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บก-9859 อุทัยธานี สภาพคว่ำพังยับเยินและหล่นไปอยู่ในไร่อ้อยข้างถนน ภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบศพ ด.ต.นุกุล ทวีกสิกรรม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281/3 หมู่ 2 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ผบ.หมู่ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ขับขี่ และพบศพนางธีระนาท ทวีกสิกรรม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281/3 หมู่ 2 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ตรงที่นั่งฝั่งผู้โดยสารเสียชีวิต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถยนต์นายอาทรซึ่งเป็นพ่อค้าขายกับข้าวตลาดนัดที่ทุ่งคอกกำลังเดินทางกลับจากขายของตลาดนัดที่วิ่งมุ่งหน้ามาจากถนนสายตลาดเขต มุ่งหน้าเข้า อ.อู่ทอง พอมาถึงจุดเกิดเหตุคาดว่ารถเสียหลักปีนเกาะกลางถนนข้ามฝั่งมาชนรถกระบะอีกคันอย่างแรง เป็นเหตุให้ทั้งหมดเสียชีวิตรวม 4 ราย อย่างไรก็ตาม จะตรวจสอบสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปนาทีรถบรรทุกหกล้อเสียหลักหมุน 3 รอบกลางโค้ง ก่อนขับต่อไปได้เฉย

แชร์สนั่นเมื่อรถหกล้อดริฟต์หมุน 3 รอบกลางโค้งถนนสายพะโต๊ะ–ระนอง โดยเฟซบุ๊ค Gu New Janyok ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.25 น.วันที่ 3 ม.ค.59 ขณะขับรถยนต์ตามหลัง รถ 6 ล้อห้องเย็นเพื่อเข้าตัวเมืองระนอง ปรากฏว่ารถหกล้อเกิดเสียหลัก ขณะเข้าโค้งหักศอก จนเกิดเสียหลักรถได้หมุน 3 รอบ ก่อนที่จะกลับเข้ามาในเลนปกติ แล้วขับต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยระบุว่า “ใส่พระอะไร หมุน 3 รอบ รอดตายทั้งหกล้อทั้งรถเราเอง ขับไปต่อเฉย เส้นพะโต๊ะ-ระนอง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งดังกล่าวเป็นโค้งหักศอก ก่อนขึ้นลงเนิน และมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกรมทางหลวงต้องทำป้ายสัญลักษณ์ “ระวังทางโค้ง” และ”ถนนลื่น” ก่อนเขาโค้ง พร้อมทั้งสร้างการ์ดราวกั้นถนน และลาดยางสีแดงทาสีแดงทับลงบนพื้นถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตรบริเวณโค้งอันตราย เพื่อให้ผู้ขับขี่รถสัญจรผ่านไปมารู้สึกสะดุดตายิ่งขึ้น สีที่ใช้ทามีลักษณะพิเศษคือ สีโคลด์พลาสติกแอนตี้สคิดผสมกับลูกแก้ว เมื่อผู้ขับขี่รถผ่านมาในเวลากลางคืน แสงไฟจากรถจะส่องกระทบพื้นและจะมีแสงระยิบระยับสะท้อนให้เห็นชัดเจน

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! จนท.เตรียมรื้อประตู 5 ใกล้กุฏิ”ธัมมชโย” ขณะที่พระ-ลูกศิษย์ 200 คนนั่งสวดมนต์ขวาง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ธ.ค. พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิ์พิทักษ์ ผกก.คลองหลวง ได้เจรจากับทางนายธัชนนท์ พรใบหยก ทนายความของวัดธรรมกายให้เคลื่อนย้ายรถลูกศิษย์ที่นำมาจอดขวางทางเข้า เพื่อที่จะเข้าไปรื้อสิ่งของที่สร้างกัดขวางทางเข้าประตู 5 เนื่องจากกีดขวางพื้นที่สาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่สั่งให้เคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดขวางออกเรียบร้อยแล้วล่าสุดมีทางเจ้าหน้าที่วัดได้นำผ้าใบสีเขียวมาปิดประตูอีก 1 ชั้นเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็นทางเข้าด้านใน เนื่องตากประตู 5 ใกล้กับกุฏิที่พระธัมมชโยอยู่ ขณะที่พระสงฆ์ได้ประกาศว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกพังประตูเข้ามาทางด้านนี้ จะมีลูกศิษย์และพระสงฆ์ 200 รูปนั่งสวดมนต์อยู่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและทางลูกศิษย์จะไม่ลุกไปไหน

ที่มา>>>ข่าวสด

แฟนสาวส.ต.ต.เหยื่อระเบิดที่กรงปินัง โพสต์บอกรักสุดหัวใจ สลดกำลังจะเข้าวิวาห์

จากกรณีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 80 กก. จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรรี่ มาซุกในท่อน้ำลอดใต้ผิวถนน ก่อนจุดชนวนใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.กรงปินัง ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 ราย คือ ส.ต.ท.ณัฐพงศ์ ชาติดำ ผบ.หมู่ ป.สภ.กรงปินัง ส.ต.ต.สุริยา หนูนิ่ม และ ส.ต.ต.อรรถพล เหลือเทพ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กรงปินัง จ.ยะลา และได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย เหตุเกิดเวลา 10.30 น.ของ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา201609231425101-20041020173133ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. น.ส. เจนจิรา หรือน้องโบว์ แฟนสาวของส.ต.ต.สุริยา 1 ในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Bow Janjira  ว่า “เจ็บมากที่ต้องสูญเสียคนที่เรารักมากที่สุดโดยไม่ตั้งตัว ไม่คิดไม่ฝันจะได้ยินข่าวร้ายของแฟนตัวเอง อีกไม่กี่วันก็จะมีข่าวดีกับเราสองคนแล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือแค่รอเวลา กะแค่นั้นที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่กลับมาต้องจากไปเสียก่อน ให้สบายนะที่รัก ถึงวันนี้ยังต้องอ่อนแอเหลือเกิน ไม่รู้อีกสักกี่วันกี่คืนหรือนานแค่ไหนที่ทำใจได้ ภาพที่รักยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอด เสียงยังก้องอยู่หูทุกครั้งที่นึกถึง แต่ที่รักไม่ต้องเป็นห่วงโบว์น่ะ หลับให้สบายนะที่รัก #รักและคิดถึงสุดขั้วหัวใจ รักหนึ่งนะที่รักของโบว์”sadad
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ส.ต.ต.สุริยาเพิ่งนำเค้กวันเกิดมาเซอร์ไพรส์น้องโบว์ถึงบ้านพักที่จ.สงขลา เป็นการร่วมฉลองวันเกิดกันเป็นครั้งสุดท้าย

ที่มา>>>ข่าวสด

รีบไปบิณฑบาต!! รถหลวงพ่อแซงไม่พ้น-ชนเก๋งยับ พระมรณภาพคาที่-พร้อมด.ต.2ศพ

 เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.วชิระ แก้วศรีบุตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ม่วงค่อมว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณจุดชมวิวตลาดปลา อ.ชัยบาดาล มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ร้อยเวรสอบสวน จึงได้ประสานแพทย์เวรจาก รพ.ท่าหลวง อาสาสมัครมูลิธิพุทไธสวรรย์ ลพบุรี รีบเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กธ-2241 ลพบุรี ชนประสานงากับรถยนต์ กระบี่แวน สี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเขียวหมายเลขทะเบียน ธธ-1915 กรุงเทพฯ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ด.ต.อำนาจ บุญประจวบ อายุ 46 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ จน.สภ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี และ นางดวงใจ บุญประจวบ อายุ 36 ปี ซึ่งขับรถยนต์เก๋งนิสสัน ส่วนในรถยนต์กระบะ พบพระภิกษุ ไม่ทราบชื่อ มรณภาพคาที่ และนายเสถียร อินวันนา อายุ 46 ปี คนขับรถให้พระ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.ท่าหลวง เป็นการเร่งด่วน จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ด.ต.อำนาจ และ ภรรยา ได้ขับรถ เพื่อที่จะไปที่ทำงาน ที่ สภ.ท่าหลวง ซึ่งอยู่อีกไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ และเป็นช่วงเวลาที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ได้ถูกรถกระบะแวนที่พระสงฆ์นั่ง แซงรถคันอื่นขึ้นมา แต่แซงไม่พ้น ได้ชนประสานงาอย่างจัง จนมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สำหรับ ด.ต.อำนาจ บุญประจวบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยพระภิกษุที่มรณภาพ ทราบว่าอยู่ที่สำนักสงฆ์โกฏิทอง ใน.อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งทุกวันจะรีบไปบิณฑบาตในตลาดท่าหลวง คาดว่าคนขับอาจจะมองไม่เห็นทาง เนื่องจากช่วงเช้ามีฝนตกลงมาอย่างหนัก และหมอกลงจัดเป็นเหตุให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวชะตาขาด! เดินข้ามถนน โดนรถบรรทุกหมุนติ้วฟาดเก๋ง 5 คัน-กระแทกดับสยอง(คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียเผยแพร่ภาพอุบัติเหตุสยองจากกล้องหน้ารถบนถนนในเมืองซามารา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยรถพ่วงเกิดเสียหลัก จนตู้คอนเทนเนอร์หมุนติ้วไปฟาดรถยนต์ 5 คัน แล้วพุ่งอัดหญิงสาวที่กำลังข้ามถนนอย่างเต็มแรง

 ข่าวระบุว่า พบผู้บาดเจ็บ 3 คน จากรถยนต์คันหนึ่ง ขณะที่คนข้ามถนนได้รับบาดเจ็บ 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยหนึ่งในนั้นเสียชีวิตหลังเกิดเหตุไม่นาน

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วแท็กซี่!! จอดทิ้งถนนธัญบุรี โชเฟอร์ถูกฆ่าโหด-มัดศพโยนน้ำลอยไปสระบุรี

 วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.ชนะชัย คงวัน รองสารวัตร สอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุพบรถยนต์แท็กชี่ ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน มช- 8507 กทม. ต้องสงสัย มาจอดทิ้งไว้ริมถนนธัญบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบว่า เป็นรถแท็กซี่คันที่ถูกคนร้ายโจรกรรม ในเขต สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทราบว่าเจ้าของรถเป็นศพชายที่ถูกฆ่าโหดทิ้งน้ำภายในคลองระพีพัฒน์ หมู่ที่ 4 ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านมาพบรถคันดังกล่าว ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณ ริมถนนรังสิตถนนรังสิต-นครนายก (คลอง 11) ใกล้สะพาน ข้ามคลอง หมู่ 2 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จากการตรวจสอบพบคราบเลือดติดอยู่ข้างประตูและเบาะหลังด้านขวา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1 และ ชุดสืบสวน สภ.วิหารแดง ให้มาตรวจสอบ โดยทางชุดสืบสวน สภ.วิหารแดงยืนยัน ว่าเป็นรถคันที่ได้รับแจ้งว่าถูกโจรกรรมไปจริง ส่วนคนร้ายที่ขับรถมาทิ้งไว้ ยังไม่พบตัว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้าน พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า จากกรณีเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ก.ค. พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ โมกขุนทด สารวัตร(สอบสวน) สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตริมคลองระพีพัฒน์ หมู่ 4 ต.หนองหมู อ.วิหารแดง ที่เกิดเหตุ พบศพชายไม่ทราบชื่อ จมอยู่ในน้ำ จึงนำร่างขึ้นมา พบว่าท่อนล่างเปลือย ท่อนบนใส่เสื้อลายพรางคล้ายเสื้อทหารแขนยาว มีบาดแผลฉกรรจ์ ที่ศีรษะมีผ้าผูกมัดไว้แน่น มือและเท้าถูกมัดด้วยเชือกทั้งสองข้าง สภาพศพเริ่มอืด คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน ตรวจสอบพบกระดาษใบส่งของ ไม่พบเอกสารอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาสืบทราบว่าผู้ตายเป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ทราบชื่อ คือ นายสิงห์หา เหล็กสลุง อายุ 31 ปี อยู่ ม.9 ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เป็นผู้เช่ารถแท็กซี่โตโยต้า สีเขียว เหลือง ทะเบียน มช-8507 กทม. โดยเช่าวันละ 300 บาท หายไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.59 เจ้าของรถไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมาถูกฆ่าตายแล้วชิงทรัพย์รถยนต์แท็กซี่ โดยคนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้เขต อ.ธัญบุรี ดังกล่าว ซึ่งทางชุดสืบสวนภาค1 ชุดสืบสวน สภ.วิหารแดง และชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี จะได้ร่วมกันติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองที่ตราด! หนุ่มใหญ่ควบจยย.แหกโค้งชนกระบะ รถตามหลังทับซ้ำดับคาที่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองตราด รับแจ้งเหตุรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าวัดสุวรรณมงคล ถนนสายตราด-แหลมงอบ ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จึงประสาน ร.ต.อ.บุญมา ทาทอง ร้อยสภ.เมืองตราด แพทย์โรงพยาบาลตราด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพนายวิรา แสงจันทร์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.8 ต.คลองใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด สภาพศพนอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะแตก กางเกงขาด และพบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ สมอง ห่างไป 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาว ทะเบียน กฉน 751 ตราด พังเสียหายทั้งคัน ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะซูซูกิ ทะเบียน บฉ 7524 ตราด สภาพด้านขวาเสียหาย ทราบชื่อคนขับคือนายสุริยัน พู่โต๊ะยา อายุ 26 ปี พักอาศัยอยู่ตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราดนายสุริยัน กล่าวว่า ขับรถบรรทุกอาหารทะเลสดมาเต็มคันรถ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ต.น้ำเชี่ยว โดยมาด้วยกันทั้งหมด 4 คัน รถตนเป็นคันแรก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถจักรยานยนต์คู่กรณีขี่มาด้วยความเร็วแล้วแหกโค้งพุ่งชนรถของตน แล้วร่างคนขับกระเด็นตกถนน ถูกรถที่ขับตามหลังชนซ้ำจนเสียชีวิต ด้านร.ต.อ.บุญมา ทาทอง ร้อยสภ.เมืองตราด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเพียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ชนเท่านั้น แต่รถยนต์ที่ชนนายวิรานั้นหลบหนีไป ทั้งนี้ สอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายวิราขี่รถออกมาจากร้านคาราโอเกะหนึ่งใกล้ๆ ที่เกิดเหตุด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักแหกโค้งชนรถยนต์และถูกชนซ้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มเชียงใหม่ หลายพื้นที่น้ำท่วม-ดินถล่มทับบ้านเรือนรถยนต์จมใต้ดิน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.จ.เชียงใหม่) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานหลังจากเกิดฝนตกตลอดทั้งคืนของวันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและท่วมไร่นาประชาชนในหมู่บ้านแม่มูด ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ สำรวจพบบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวน 20 หลังคาเรือน น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชนในช่วงเวลา 01.00 น.ของเช้าวันนี้ อีกทั้งน้ำป่าไหลยังได้ไหลมาร่วมกับน้ำในลำน้ำแม่มูดทำให้ลำน้ำแม่มูดสูงขึ้นแล้วไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านนายก อบต.แม่วินก็ได้รับความเสียหายด้วยทั้งนี้ ทรัพย์สินของชาวบ้านที่เสียหายประกอบด้วยชาวบ้านในหมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 หมู่ 11 และหมู่ 15 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยเสียหายหนักที่สุดคือบ้านแม่มูด หมู่ 6 ต.แม่วิน เพราะรับกระแสน้ำเต็มๆ เบื้องต้นสำรวจพบประมาณ 20 ครัวเรือนเสียหายทั้งหลัง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าโทรทัศน์สี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นถูกพัดออกมานอกบ้านเสียหายทั้งหมด กระแสน้ำดังกล่าวยังพัดพารถจักรยานยนต์และรถยนต์บางคันลอยออกไปนอกบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันขนย้ายเด็กและคนชรา และเก็บทรัพย์สินที่พอเก็บได้ โดยบ้านผู้ประสบภัยหนึ่งในนั้นคือ นางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วินก็ไรับผลกระทบจากน้ำป่าครั้งนี้ด้วยนางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน  เปิดเผยว่า กระแสน้ำดังกล่าวนอกจากจะทำลายทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชาชนแล้ว ยังพัดทำลายสะพานบ้านแม่มูดขาด และสะพานบ้านแม่หยวก จนขาดทำให้ประชาชนพื้นที่บนดอยไม่สามารถใช้รถสัญจรลงมาพื้นด้านล่างได้ เบื้องต้นได้ขอประสานความช่วยเหลือจากเทศบาล อบต.อื่นในพื้นที่อำเภอแม่วาง ในการใช้รถน้ำทำความสะอาดโคลนจำนวนมากที่น้ำพัดพามา และสำรวจซ่อมแซมสะพานเพื่อให้ได้ใช้ในการสัญจรได้ก่อนส่วนที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากลำน้ำแม่แจ่ม เข้าท่วมสวนไร่นาของชาวบ้าน นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอแม่แจ่ม สั่งกำนันผู้ใหญ่แจ้งเตือนชาวบ้านตลอดแนวแม่น้ำแจ่ม พร้อมสำรวจความเสียหาย ได้รับรายงานว่า น้ำป่าเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านอยู่ติดกับริมแม่น้ำ ซึ่งน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ประชาชนที่อาศัยริมลำน้ำแม่แจ่มเตรียมพร้อมรับมือและสำรวจพื้นที่ความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ทำสวน ทำไร่และที่นา ที่อยู่ริมน้ำ รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่กำลังปลูกไว้มีความเสียหายเกิดขึ้นให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันรวมทั้ง อปท.ใกล้บ้านทันทีเพื่อจะได้ช่วยเหลือต่อไป

ส่วนที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นยอดดอยสูง และมีเขาหัวโล้นจำนวนมาก จากที่มีนายทุน และชาวบ้านบุกรุกทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ดอยม่อนแจ่ม” และที่บนดอยโป่งแยง ทำให้ดินบนยอดดอยไม่สามารถเก็บน้ำฝนไว้ได้เกิดทรุดตัวลงมาทับบ้านเรือนประชาชนและทับรถยนต์ชาวบ้านได้รับความเสียหาย

ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.2559 หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกันมาหลายวันทำให้เกิดดินสไลด์ทับบ้านของนายเกษม โกยทา เลขที่36/3ม.4 บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ทำให้ตัวบ้านเสียหาย และมีรถยนต์ 1คัน รถจักรยานยนต์ 3 คันจมอยู่ใต้ดินโคลน  ทางเจ้าหน้าที่ของ อบต.โป่งแยงได้เข้าทำการช่วยเหลือ ล่าสุดนายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ นายอำเภอแม่ริมได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป.

ที่มา>>>ข่าวสด