ปริญญาโทเมินมนุษย์เงินเดือน วิจัยพันธุ์แตงโมปลูกขายเอง

เดินตลาด อ.ต.ก.ในช่วงจัดงาน “อ.ต.ก.ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” สะดุดตาแตงโมใหญ่ยักษ์ขนาด 4–5 กก. ที่บ้านเราไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนัก เข้าไปสอบถาม ยิ่งทึ่งเข้าไปอีก เป็นแตงโมที่วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์โดยคนขายดีกรีถึงปริญญาโท สาขาพฤกษศาสตร์ม.เกษตรศาสตร์…เลิกอาชีพมนุษย์เงินเดือน หันมาจับจอบเสียมปลูกแตงโมขาย

“สอนที่สวนดุสิตมา 8 ปี เคยทำงานทั้งภาครัฐ เอกชนมาอีกหลายแห่ง เบื่อเป็นลูกจ้าง อยากทำงานที่เป็นเจ้านายตัวเอง เลยลาออกมาทำเกษตรตามอาชีพดั้งเดิมของบรรพ– บุรุษ ประกอบกับแถวบ้านปลูกแตงโมกันมาก เลยมุ่งมั่นอยู่กับแตงโม เพราะเคยเป็นนักวิจัยพันธุ์พืชมาก่อน นำความรู้มาวิจัยพันธุ์แตงโมจนได้พันธุ์ใหม่ แฮปปี้เฟรช เมื่อปลายปี 58 มาให้เกษตรกรแถวบ้านปลูกขาย ตอนนี้สามารถต่อยอดเป็นแบรนด์เฟรชแอนด์เทสตี้แล้วค่ะ”หฤทัย เหมะธุลิน กรรมการวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกแตงโม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เล่าถึงการมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ วิจัยได้แตงโมไร้เมล็ด เนื้อแน่น แดงละเอียด ไม่ต้องพึ่งสารเร่งเนื้อแดง กรอบ หอม ลูกใหญ่ 4-9 กก.

ทำครบวงจรเรื่องแตงโม ปรับปรุงพันธุ์เอง ปลูกเอง รับซื้อจากเกษตรกรในกลุ่ม ขายเอง แปรรูปเอง ทำให้ได้ทำงานหลายด้าน ได้เสริมสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรมีความภาคภูมิใจในอาชีพของตน จนเกิดการตลาดในรูปแบบที่สามารถควบคุมราคาผลผลิตตนเองได้

“เกษตรกรได้ราคาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่ต้องซื้อขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ลูกค้าได้สินค้าราคาย่อมเยา ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ไร้สารเคมี คุณภาพสดใหม่ ตรงจากสวน เมื่อเราตั้งบริษัทเฟรชแอนด์เทสตี้และชื่อแบรนด์ รับซื้อจากเกษตรกรสมาชิกในราคาประกันที่สูงกว่าแตงโมพันธุ์ทั่วไปเท่าตัว”พื้นที่ปลูก 3,000 ไร่ ระยะเวลา 80–90 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิต สามารถหล่อเลี้ยงชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือน ให้มีกำไรไม่ต่ำกว่าไร่ละ 20,000 บาท

ส่วนปลูกอย่างไรให้แตงโมเป็นที่ต้องการของตลาด หฤทัย อธิบาย ก่อนอื่นทุกแปลงต้องปลูกภายใต้มาตรฐานจีเอพี ไม่ใช้สารเร่งความหวานหรือเร่งเนื้อแดง ใช้ระบบน้ำหยดเพื่อให้สามารถควบคุมรสชาติได้สม่ำเสมอ รวมถึงเป็นการประหยัดน้ำไปในตัวนอกจากนั้น เกษตรกร 1 ครอบครัว มีแรงงานแค่ 2 คน จะให้ปลูกได้แค่ 5 ไร่ เพื่อให้มีเวลาดูแลได้ใกล้ชิดและทั่วถึง แต่หากมีมากกว่า 2 คน ปลูกได้ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ ที่สำคัญที่สุดคือ การเด็ดผลทิ้ง คัดเอาแต่ลูกที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่เกินต้นละ 3 ลูก เพื่อให้ได้แตงโมคุณภาพดี

ที่สำคัญการปลูกจะใช้หลักการตลาดนำการผลิต…ผลิตตามออเดอร์ที่มีลูกค้าสั่งมาเท่านั้น เพื่อไม่ให้สินค้าล้นตลาด และมีการตั้งศูนย์จัดจำหน่ายรับออเดอร์ในพื้นที่ต่างๆ

และจากการมาขายที่ตลาด อ.ต.ก.ครั้งนี้เอง ทำให้มีคนติดต่อขอเป็นเอเย่นต์ส่งเข้าอเมริกา.

ที่มา>>>Thairath

แล้งหนัก ไม่มีน้ำ! เกษตรกรชัยนาท หันทำฟาร์มกบ กำไรดีกว่าทำนา

แล้งหนัก ไม่มีน้ำเพาะปลูก! เกษตรกรท่าฉนวน ชัยนาท พลิกวิกฤติ หันทำฟาร์มกบสร้างกำไรต่อเดือนดีกว่าทำนา ส่วนที่กำแพงเพชร แม่ค้าขายปลา เผย พิษแล้งกระทบสัตว์น้ำ จับปลาตามแม่น้ำได้น้อย แถมตัวเล็กลง ขณะที่ราคาขยับขึ้น ทำคนซื้อน้อย

วันที่ 11 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาวะภัยแล้งที่กำลังลุกลามและทวีความรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ผันเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง มีน้ำบ้าง แล้งบ้าง ทำให้เกษตรกรจังหวัดชัยนาท รวมไปถึงผู้เลี้ยงปลากระชังบริเวณ ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ต้องเลิกกิจการไปแล้วหลายราย จำเป็นต้องหาอาชีพใหม่ เพื่อปากท้องของครอบครัวนางตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ อายุ 39 ปี เกษตรกร ม.5 ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กล่าวว่า เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ยึดอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่ก็ต้องเลิกกลางคัน เพราะมีแหล่งน้ำสำรองไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จนต้องหันมาเลี้ยงปลาในกระชัง บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งลองคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ดูแล้ว เลี้ยงกบ 1 ตัน ต้นทุน รวม 2 หมื่นกว่าบาท ตัวเล็กขายตัวละ 1 บาท ตัวเต็มวัยขายได้ กิโลกรัมละ 50-60 บาท ขายครั้งหนึ่งขายได้ 1 ตันกว่า – 2 ตัน รวมมูลค่าขายต่อครั้งประมาณ 50,000-100,000 กว่า บาท ถือว่าเป็นการลงทุนลงแรงที่ไม่เสียเปล่า ได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่เหมือนกับการทำนา หรือเลี้ยงปลาในกระชัง ที่ต้องอาศัยสภาพอากาศและน้ำเป็นปัจจัยในการเจริญเติบโตด้าน นายประเชิญ อินทร์สิงห์ อายุ 54 ปี สามีนางตุ้งหนิง เผยว่า เทคนิคการเลี้ยงนั้นลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ข้อสำคัญคือ ต้องให้น้ำสะอาด ถ่ายน้ำทุกวัน ให้อาหารแต่พอดี จำนวน 2 มื้อ เช้า-เย็น หากมากเกินไป นอกจากจะทำให้น้ำเน่าแล้ว กบอาจท้องอืดตายได้ การให้อาหารแบบนี้อาจทำให้กบโตช้า ใช้เวลา 4 เดือนครึ่ง จึงจับขายได้ แต่ไม่ต้องเสี่ยงขาดทุนเพราะกบตายยกฟาร์ม แม้ปัจจุบันมีกบสายพันธุ์อื่นที่ตัวใหญ่ น้ำหนักดี แต่ผู้บริโภคยังนิยมกบนาที่เนื้อแน่น โดยพ่อค้าจะมารับซื้อถึงบ่อ เนื่องจากกบเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา ทั่วทุกภาคในประเทศไทย หากใครสนใจหรือต้องการดูตัวอย่างฟาร์มกบสามารถมาได้ที่ ฟาร์มตุ้งหนิง บ้านเลขที่ 108/1 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาทกำแพงเพชร แม่น้ำแห้ง วิกฤติปลาน้อยลง ตัวเล็กขายไม่ดี

ส่วนที่กำแพงเพชรตามที่เกิดวิกฤติแล้งหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ตามเขื่อนต่างๆ เหลือน้ำใช้การน้อยมาก จึงไม่สามารถปล่อยน้ำลงตามแม่น้ำท้ายเขื่อนได้มาก เพราะต้องเก็บไว้รักษาระบบนิเวศภายในเขื่อน ส่งผลทำให้น้ำในแม่น้ำต่างๆ แห้งจนวิกฤติ แม่น้ำในเขตภาคเหนือบางสายแห้งหมดแล้ว แต่บางสายก็เหลือน้ำไหลผ่านเพียงไม่มาก

จากวิกฤติดังกล่าว ยังส่งผลกระทบถึงสัตว์น้ำ ซึ่งปกติสัตว์น้ำจะอุดมสมบูรณ์ ที่ตลาดศูนย์การค้า จ.กำแพงเพชร ตามแผงขายปลาจะมีปลามาวางขายกันมากมาย แต่ช่วงนี้ความหลากหลายของปลาหายไป ส่วนหนึ่งตายเพราะภัยแล้ง ส่วนหนึ่งถูกจับมาก่อนหน้านี้แล้วจำนวนมากเพราะน้ำน้อยจับง่าย และปลาที่มาวางขายตัวก็ไม่ใหญ่มากเม่าที่ควร ราคาก็พุ่งสูงขึ้น เพราะปริมาณปลามาเข้าตลาดน้อยลงสอบถามนางสุทิน โพธิ์ศรีทอง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/76 ถนนราชดำเนิน 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร แม่ค้าปลารายใหญ่ของตลาดแห่งนี้ เปิดเผยว่า ปลาธรรมชาติที่ปกติจะส่งมาจากแม่น้ำปิงของ จ.กำแพงเพชร บางส่วนมาจาก จ.สุโขทัย จ.พิจิตร นครสวรรค์ และตาก แต่ว่าช่วงนี้น้ำในแม่น้ำต่างๆ ลดลงบางแห่งแห้งหมด ทำให้ปลาที่เคยมาส่งกันมีปริมาณน้อยลงอย่างมาก น่าจะลดลงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น จึงส่งผลทำให้ราคาปลาพุ่งสูงขึ้น เช่น ปลาแดง จากกิโลกรัมละ 300 กว่าบาท ขณะนี้ขึ้นไปเป็น 450 บาท ปลาเนื้ออ่อนจากกิโลกรัมละ 300 ก็ไปเป็น 350 บาท ปลากรายเป็นกิโลกรัมละ 260 บาท ปลาหลดกิโลกรัมละ 160 บาท ปลาไหลกิโลกรัมละ 250 บาท ปลากดคังกิโลกรัมละ 190 บาท ปลาค้าวกิโลกรัมละ 220 บาท ปลาสร้อย กิโลกรัมละ 50 บาท กบกิโลกรัมละ 130 บาท แต่ยังดีที่ปลาทับทิม ปลาดุก และปลาช่อนที่เป็นปลาเลี้ยงราคายังคงที่.

ที่มา>>>Thairath

อ่างใหญ่สุดศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง-นครสวรรค์ พริกยืนต้นตาย

ภัยแล้งคุกคามไม่หยุด อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย จ.ศรีสะเกษ น้ำลดฮวบเหลือไม่ถึงครึ่ง ขณะเกษตรกรไร่พริกนครสวรรค์ ต้องทิ้งให้ยืนต้นตาย หลังผลผลิตแห้งเหี่ยว หงิกงอ จากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงยาวนาน

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกพื้นที่ใน จ.ศรีสะเกษ เริ่มประสบกับความแห้งแล้ง แล้งเร็วและหนักกว่าทุกปี แหล่งน้ำต่างๆ ตามทุ่งนาทุกปีเคยมีน้ำ ปีนี้กลับแห้งขอดหมด น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งลดลงอย่างรวดเร็ว ลดลงมากจนน้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ เป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 16 อ่างหลักของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่สุดของจังหวัด มีความจุดอ่างอยู่ที่ 37.29 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 7.353 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.72 เปอร์เซ็นต์ของความจุดอ่าง ตอไม้ในอ่างโผล่ขึ้นมาทั่วอ่าง ถือว่าปริมาณน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านสามารถลงเดินลุยน้ำได้ คาดว่าหากในสิ้นเดือน เม.ย. ยังไม่มีฝนตกลงมา น้ำจะแห้งขอด กระทบต่อพืชสวนไร่นาของประชาชนอย่างแน่นอนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สุดใน จ. ศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ เกษตรกร ต.ทับกฤชใต้ อ.ชุมแสง ต้องออกมาเก็บพริกแห้งที่เหลือจากความเสียหาย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว หลังจากพริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่แห้งเหี่ยวเน่าเสียเป็นจำนวนมาก นางบุญนำ แบ่งส่วน เกษตรกรหมู่ที่ 7 ต.ทับกฤชใต้ กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านของ ต.ทับกฤช เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำน่าน และจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี แต่ต้นปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงจนทำให้ในพื้นที่ขาดแหล่งน้ำธรรมชาติและฝนทิ้งช่วงยาวนาน จนไม่สามารถหาน้ำมารดไร่พริกได้ ทำให้พริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เมล็ดพริกหงิกงอ เน่าเสีย แห้งเหี่ยว และยังได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดโรคระบาดจนไม่สามารถควบคุมได้ เบื้องต้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไร่พริกเพราะไม่สามารถเยียวยาได้ ส่วนที่ออกมาเก็บพริกในช่วงนี้ เป็นเพียงการเก็บพริกที่เหลือจากความเสียหายเพื่อหารายได้เท่านั้น.เม็ดพริกที่เหี่ยวเฉา ยืนต้นแห้งตาย

พริก ที่จ.นครสวรรค์ ยืนต้นแห้งตาย เพราะขาดน้ำอย่างหนัก

ที่มา>>>Thairath

รับประกัน ‘หยุดยาว’ นี้อยู่ไม่สุข 5 ประเทศ ‘ค่าเงินต่ำ’ ไม่ไปเสียดายแย่!

ใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงวันสงกรานต์กันแล้ว หลายคนไม่อยากนั่งทนร้อนอยู่ที่เมืองไทยเลยขอโบยบินไปลั้นลาต่างประเทศ ว่าแต่…คนงบน้อยอย่างเรา จะมีโอกาสไปเที่ยวได้ไกลกว่าต่างจังหวัดบ้างไหมนะ?

ไปได้สิ รออะไร! วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเปิดคู่มือพาไปส่องค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ที่คุณสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้คุ้มค่าสุดๆ ค่าครองชีพต่ำ แถมช็อปปิ้งได้สะใจ ส่วนจะมีประเทศไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาดูเลยดีกว่า (ค่าเงิน ณ วันที่ 29 มีนาคม 2559)

1. เมียนมา

เริ่มกันที่ประเทศที่เนื้อหอมที่สุดในอาเซียนตอนนี้ นั่นคือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือที่เรียกกันคุ้นเคยว่าประเทศพม่า มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย บางส่วนของพรมแดนพม่าเป็นแนวชายฝั่งตามอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ที่มีความยาว 1,930 กิโลเมตร ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเมืองหลวงคือ กรุงเนปิดอว์แลกเงินสกุลเงินราคาถูก ที่ไหนบ้างมาเช็กกันเลย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ทะเลสาบอินยา วัดพระมหามุนี พระธาตุไจทีโย รวมถึงเที่ยวในตัวเมืองหลวงเก่าอย่างนครย่างกุ้ง เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศพม่า คือ จัต (Kyat) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 0.030 MMK ต่อ 1 THB

2. สปป.ลาว

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หรือประเทศลาว เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับจีน ทางทิศเหนือติดต่อกับพม่า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดต่อกับเวียดนาม ทางทิศตะวันออกติดต่อกับกัมพูชา ทางทิศใต้ติดต่อกับประเทศไทย ทางทิศตะวันตกกั้นด้วยแม่น้ำโขงเป็นบางช่วง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระธาตุหลวง ประตูไซ พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ที่ราบสูงโบลาเวน หอพระแก้ว และเที่ยวชมในวังเวียงและเมืองหลวง คือ นครเวียงจันทน์ เป็นต้น

สกุลเงินของ สปป.ลาว คือ กีบ (Kip) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 229.72 LAK ต่อ 1 THBค่าเงินกีบ

3. อินโดนีเซีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียวหรือกาลีมันตัน (Kalimantan), ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินีหรืออีเรียน (Irian) และประเทศติมอร์-เลสเตบนเกาะติมอร์ (Timor)

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ บุโรพุทโธ ภูเขาไฟโบรโม ทะเลสาบโตบา เกาะบาหลี หรือเที่ยวในตัวเมืองหลวงอย่างกรุงจาการ์ตาก็ได้

สกุลเงินของประเทศอินโดนีเซีย คือ รูเปียห์ (Rupiah) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 2.63 IDR(:1000) ต่อ 1 THBอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา โดย ซุปเปอร์ริชไทยแลนด์

4. เวียดนาม

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว และประเทศกัมพูชาทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกและใต้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม สุสานโฮจิมินห์ เวสต์เลค โบสถ์เซนต์โยเซฟ ถนนฝั่ม หงู หลาว เมืองฮอยอัน และเมืองหลวงอย่าง กรุงฮานอย เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศเวียดนาม คือ ดอง (Dong) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 1.57 VND(:1000) ต่อ 1 THBแลกเงินทีละมากๆ ยิ่งคุ้ม

5. อินเดีย

สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกติดพม่า ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดศรีลังกา ล้อมรอบบังกลาเทศทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของโลก

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ทัชมาฮาล ป้อมอาเมร์ แม่น้ำคงคา เมืองเชนไน ชันตรมันตระ (หอดูดาว) เลห์ ลาดัก แคว้นแคชเมียร์ และกรุงนิวเดลี เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศอินเดีย คือ รูปีอินเดีย อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 0.520 INR ต่อ 1 THBเช็กค่าเงินให้ดี อาจได้เที่ยวนอกราคาถูก
ที่มาภาพบางส่วน : Superrichthailand, Coinmill

ที่มา>>>Thairath

“ปลูกทานตะวัน” สู้ภัยแล้งรายได้ดี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวโรชา จันทโชติ อายุ 49 ปี เกษตรกรหมู่ 8 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยถึงแปลงปลูกทานตะวันกับแปลงปลูกดาวเรืองกว่า 50 ไร่ ริมถนนสายวิเศษ-อ่างทอง ใกล้กับวัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่า เป็นผลงานที่เกิดขึ้นได้จากฝีมือของตนและลูกทีม

ในสวนมะนาวพันธุ์แป้นวโรชา ที่ทำขึ้นเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาในพื้นที่ จ.อ่างทอง และชาวบ้านใกล้เคียงได้มาดูมาชื่นชม พร้อมกับคิดใหม่ทำใหม่อย่าได้สิ้นหวัง กับภาวะภัยแล้ง เพราะยังมีพืชอีกหลายตัวที่สามารถสู้แล้งได้อย่างเช่น ต้นทานตะวันกับดาวเรือง“ทานตะวันกับดาวเรืองที่ปลูกขึ้นมาในครั้งนี้ โดยต้นทานตะวันใช้วิธีการปลูกแบบหยอดหลุม ใช้ระยะเวลาการปลูกเพียง 55 วัน จะให้ดอกได้แล้ว และจะบานเป็นระยะเวลา 8-10 วัน ซึ่งยังคงบานให้เห็นไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ส่วนแปลงปลูกดาวเรือง จะต้องเพาะกล้าในถาด 12 วัน ก่อนนำปลูก ลงดิน อีก 50 วัน จึงออกดอก แต่สามารถเก็บผลผลิต ดอกดาวเรืองขายได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน แถมการให้น้ำ เพียง 3 วันต่อครั้งเท่านั้น หากนำไปขายได้ราคาดี ทำให้ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าจะไม่มีน้ำมาทำนา ก็สามารถทำการปลูกพืชชนิดอื่นได้”นายวโรชาบอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นเกษตรกรรายอื่นๆที่ทำนา ต่างหมดความหวังเพราะรอน้ำฝน บางรายฝนตกลงมาไม่มากนักก็ดีใจเร่งหว่านนาเพื่อปลูกข้าว แต่ผลปรากฏว่า ฝนตกลงมาไม่มากนัก ส่งผลให้ต้นกล้าต้องแห้งเหี่ยวตาย ขาดทุนขาดรายได้ จึงขอฝากเตือนให้พวกเราควรระมัดระวังอย่าได้รีบร้อน ปลูกข้าวในตอนนี้ รอฟังทางรัฐบาลว่าจะดำเนินการ เช่นไร ส่วนหากมีเวลาว่างอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.อ่างทอง และใกล้เคียงได้มาศึกษาดูงาน วิธีการปลูก การขยายพันธุ์ และมาชื่นชมแปลงทานตะวันกับดาวเรือง ที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในขณะนี้ ไปไม่ถูกสอบถามเส้นทางกับนายวโรชาได้ที่ 09-0307-5216.

ที่มา>>>Thairath