โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน

 * โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน *

ไล่ฟันนักท่องเที่ยว พัทยา

โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน ฝรั่งเผยโดนแทงที่ท้อง ก่อนร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน

วันที่ 15 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 00.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถูกวัยรุ่นทำร้ายด้วยอาวุธมีด บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลเมืองพัทยา อ.บางละมุง จึงรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นายวันชนะ ตุลาทอง อายุ 20 ปี ถูกประชาชนควบคุมตัวไว้ได้หลังก่อ เหตุ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สปาคร์ น้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และอาวุธมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร 1 เล่ม ส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องยาวกว่า 10 เซนติเมตร

ไล่ฟันนักท่องเที่ยว พัทยา

จากการสอบถามนายเดนนิส เชอร์บาคอฟ อายุ 32 ปี สัญชาติรัสเซีย เพื่อนผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนเองและผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน จากนั้นชายวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ขับรถมาประกบด้านข้าง และบอกว่าพวกตนเองขี่รถเฉี่ยวชน ตนเองจึงจอดรถข้างทาง จากนั้นก็มีปากเสียงกัน ทำให้วัยรุ่นคนดังกล่าวใช้มีดฟันเข้าที่ท้องเพื่อน ซึ่งตนเองพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านจนสามารถช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

โดยภายหลังจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวนายวันชนะ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก workpointtv.com

โคตรฮือฮา !! เมื่อน้ำโขงลดรูปปั้นพญานาคโผล่ ชาวบ้านแห่ไหว้ แต่กลับต้องดีใจเมื่อได้รับโชคแบบนี้ !?

 * โคตรฮือฮา !! เมื่อน้ำโขงลดรูปปั้นพญานาคโผล่ ชาวบ้านแห่ไหว้ แต่กลับต้องดีใจเมื่อได้รับโชคแบบนี้ !? *

รูปปั้นพญานาค

ฮือฮา! รูปปั้นพญานาคเก่ากว่า 10 ปีโผล่แม่น้ำโขงหลังน้ำแห้งขอด ขณะที่ชาวบ้านแห่นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา พร้อมขอเลขเด็ดไว้เสี่ยงโชคเนืองแน่น
โดยภายหลังชาวบ้านพากันนำมาไว้ที่ดอนหอปู่ชาน ในหมู่บ้านศรีบุญเรือง ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ขอโชคลาภ ตามความเชื่อ เนื่องจากเชื่อว่ารูปปั้นพญานาคดังกล่าว จะเป็นรูปปั้นที่ทำขึ้นจากชาวบ้านในอดีต อายุหลาย 10 ปี คาดว่าจะปั้นขึ้นไปถวายองค์พญานาค

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นรูปพญานาคที่ปั้นขึ้นด้วยปูน มีความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ลำตัวคดเคี้ยวเป็นฐานกว้าง ประมาณ 60 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม และมีการตกแต่งลวดลายเป็นเศียรพญานาค ดวงตาทำด้วยลูกแก้ว รวมถึงลำตัวจะเขียนลวดลายด้วยงานฝีมือแบบเก่า หรือเป็นการปั้นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เชื่อว่าจะเป็นฝีมือชาวบ้านในอดีต เมื่อหลาย 10 ปี ก่อน ที่อาจนำไปถวายบูชาองค์พญานาค

เนื่องจากจุดที่ชาวบ้านพบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นป่องพญานาค หรือเส้นทางของพญานาค ที่ขึ้นมาจากน้ำโขง เพื่อมานมัสการองค์พระธาตุพนม ทำให้มีชาวบ้านเคยเห็นปรากฏการณ์ ต่างๆ หลายครั้ง ที่องค์พญานาคแสดงอิทธิฤทธิ์ ปรากฏกายให้เห็นในรูปแบบต่างๆ จนเป็นที่ร่ำลือมาแต่อดีต

อ่านเพิ่มเติม โคตรฮือฮา !! เมื่อน้ำโขงลดรูปปั้นพญานาคโผล่ ชาวบ้านแห่ไหว้ แต่กลับต้องดีใจเมื่อได้รับโชคแบบนี้ !?

‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 แก้ภัยแล้ง-ชาวนาหันปลูกเห็ดสร้างรายได้

บิ๊กตู่1

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. หลังจากภัยแล้งได้ขยายวงกว้าง ขณะที่น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อยใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภค โดยรัฐบาลขอความร่วมมืองดการทำนา ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสู้ภัยแล้ง นายวันลบ จันทร์พวง อายุ 40 ปี ชาวนาอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5 ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ได้หยุดทำนา 10 ไร่ แล้วหันมาขุดบ่อบาดาล ปลูกเห็ดฟาง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้งมีรายได้ตกวันละ 200-400 บาท การทำเห็ดฟางใช้ทุนต่ำ โดยเก็บฟางข้าวตามกลางนาและผักตบชวามาแตกแห้งแล้วนำมาแช่น้ำให้ชุ่มผสมกับฟางข้าวแล้วใส่อ่างย่ำจนได้ที่แล้ว ทำแปลงดินขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร ใช้ตะกร้าพลาสติก เจาะก้นนำฟางข้าวที่แช่น้ำผสมกับผักตบชวาแล้วนำเชื้อเห็ดฟางวางทับลงแล้วใช้เท้าเหยียบให้แน่น โดยวางเป็นคู่แปลงละประมาณ 12 ก้อน ใช้พลาสติกคลุม ประมาณ 1 สัปดาห์ก็เก็บผลผลิตได้ ใช้ทุนประมาณ 50 บาท ต่อแปลง เก็บเกี่ยวต่อร่องได้ 3-4 กก. ขายอยู่ที่ราคา กก.ละ 100 บาท

บิ๊กตู่2

จ.ฉะเชิงเทรา นายสุรพล อนุสรหิรัญการ ผอ.โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต และเจ้าหน้าที่ ได้นำอุปกรณ์วัดค่าความเค็มในน้ำพบว่าอยู่ที่ 1.42 กรัม/ลิตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำประปา นายสุรพล เปิดเผยว่า โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิตรับผิดชอบพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 200,000 ไร่ สภาพน้ำในลำคลองมีความเค็ม เนื่องจากพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่เป็นบ่อกุ้ง บ่อปลา รวมทั้งน้ำไหลซึมซับปล่อยลงคลอง ทำให้น้ำที่มีความเค็มไหลย้อนขึ้นมา จึงได้ร่วมกับอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และการประปาฉะเชิงเทรา ทำทำนบชะลอการไหลย้อนของน้ำที่คลองเปร็งและคลองอุดมชลจร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าคลองนครเนื่องเขต หรือคลองท่าไข่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตนํ้าประปา

นายสุรพลเปิดเผยอีกว่าปัจจุบันพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง ได้รับการช่วยเหลือด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนมโนรมย์ จ.ชัยนาท วันละ 350,000 ล้าน ลบ.เมตร มาตามแม่น้ำป่าสักและมาทาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าคลองระพีพัฒน์ เข้าคลอง 13 มายังประตูระบายน้ำบึงฝรั่ง ในเขตหนองจอก ก่อนระบาย เข้าคลองแสนแสบก่อนระบายเข้าคลองบางขนากไปยังคลองพระองค์ไชยานุชิต คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองนครเนื่องเขต ก่อนเข้าคลองสาขาต่างๆในพื้นที่ ใน 1 สัปดาห์มีการบริหารจัดการน้ำ 2 พื้นที่คือพื้นที่โครงการชลหารพิจิตรใช้น้ำ 3 วัน และพื้นที่โครงการพระองค์ไชยานุชิตใช้น้ำ 4 วัน มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาด แคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการผลิตน้ำประปาได้

บิ๊กตู่3

เมื่อเวลา 12.20 น. วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 ในการขับเคลื่อนแผนงานการบริหารน้ำให้สอดคล้องกันว่า ตนต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง และต้องบวกกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปด้วยในเรื่องการสอนคน เรื่องการวิจัยและพัฒนาต้องเข้ามาร่วมกลุ่มด้วยเพื่อนำไปสู่การทำแผนงานโครงการที่สอดคล้องกันหมดว่าจะทำอย่างไรประชาชนจะมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าคิดเป็นกิจกรรมแบบนี้ทั้ง 19 กระทรวงจะมาร่วมกันทุกงาน เพื่อจะได้เกิดผลทีเดียว ถ้าทุกคนแยกกระทรวงกันไปก็จะทำงานในแท่งของตัวเองคนเดียว วันนี้ตนเป็นคนบูรณาการทั้งหมดอยู่แล้วว่าใครจะต้องไปทำอะไร ทุกกระทรวงมีความเกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งงบบาดาล งบขุดบ่อเหมือนกันหมด แต่มากบ้างน้อยบ้าง ดังนั้น ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่ออะไร เพื่อใครที่ไหนจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมาไม่ต่อเนื่อง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก 22 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ขอให้ประชาชนเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รักษาความสะอาดแหล่งน้ำ ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนินโญ ปริมาณน้ำสำรองที่มีอยู่น้อยของไทยเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดในอดีต รัฐบาลนี้ได้วางแผนรับมือประคับประคอง สถานการณ์บรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่วิกฤติ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่ที่เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ด้วยการงดปลูกข้าว รวมทั้งขอบคุณภาคธุรกิจเอกชนที่ร่วมประกาศลดการใช้น้ำลงร้อยละ 30 แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือไปยังประชาชนทั่วประเทศให้ใช้น้ำอย่างประหยัด.

ที่มา>>>Thairath

‘ปู’ถึงศาลฎีกาฯ ไต่สวนพยาน คดีจำนำข้าว ปัด ตอบแก้รธน.

ปู1

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไต่สวนพยานโจทก์นัด 5 คดีจำนำข้าว มวลชนรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ-หญิงชูป้าย’จีทูจีเก๊’เกือบป่วน เจ้าหน้าที่เชิญตัวออกทัน

วันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. โดยมีทีมทนายความเดินทางมาร่วมไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ เป็นนัดที่ 5 คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว ทั้งนี้ มี น.ส.ขัดติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายสมหวัง อัสราษี แกนนำนปช. มารอพบและให้กำลังใจที่หน้าศาลฎีกาฯด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีท่าทีที่ยิ้มแย้มทันทีที่ลงจากรถยนต์ส่วนตัว โดยมีการโบกมือทักทายกลุ่มพี่น้องประชาชนที่มารอต้อนรับ ทั้งยังมีการมอบดอกกุหลาบให้เป็นกำลังใจ ก่อนที่อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงจะเดินเข้าไปในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ดูแลและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณโดยรอบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ปู2

‘นส.ยิ่งลักษณ์’พร้อมพลพรรคมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่ามกลางกองเชียร์มาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ส่วนตัวมีความมั่นใจในพยานคดีจำนำข้าวฝ่ายของตน แต่ไม่ขอตอบคำถามของผู้สื่อข่าว กรณีให้แสดงความคิดเห็นการแก้ รธน.ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.บอกเพียงสั้นๆ ว่า ขอให้ทาง กรธ.ฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายให้รอบด้าน.

ปู3

สาวชูป้าย’จีทูจีเก๊’ทำเกือบวุ่นวาย เพราะกองเชียร์ น.ส. ไม่พอใจ สุดท้ายเจ้าหน้าที่เชิญตัวออก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีเหตุการณ์ เจ้าหน้าตำรวจและรปภ.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้าเจรจาและเชิญตัวผู้หญิงคนหนึ่ง ออกไปจากพื้นที่ เมื่อหญิงคนดังกล่าวเข้ามาชูป้าย “จีทูจีเก๊” สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มกองเชียร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างมากถึงกับโห่ไล่ ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย

ที่มา>>>Thairath

กทม. จัดสงกรานต์ 12-14 เม.ย. 2559 สั่งทุกพื้นที่เลิกสาดน้ำ 3 ทุ่ม

 * กทม. จัดสงกรานต์ 12-14 เม.ย. 2559 สั่งทุกพื้นที่เลิกสาดน้ำ 3 ทุ่ม *

สงกรานต์ 2559

กทม. จัดงานสงกรานต์ 2559 ช่วงวันที่ 12-14 เมษายนนี้ ระบุเลิกสาดน้ำเวลา 21.00 น. ทุกพื้นที่ หวังช่วยประหยัดน้ำใช้หน้าแล้ง

วันที่ 22 มีนาคม 2559 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยเรื่องการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ 2559 ผ่านเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ระบุว่า ในปีนี้ กทม. จะจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2559 เป็นเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2559

โดยกิจกรรมหลักจะจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง เป็นกิจกรรมทางศาสนา เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-14 เมษายน 2559 มีการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ขึ้นปีใหม่ไทย และเนื่องในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 234 ปีแห่งการสถาปนา

นอกจากนี้ การจัดงานสงกรานต์ของ กทม. อาทิ ถนนสีลมหรือถนนข้าวสารนั้น ยังคงมีการจัดงานตามปกติ แต่ให้จัดเพียง 3 วัน คือ วันที่ 12-14 เมษายน และเลิกงานเวลา 21.00 น. ของทุกวันจัดงาน เพื่อให้สนุกสนานกันอย่างพอประมาณและสร้างจิตสำนึกในการลดการใช้น้ำ เพราะหลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งยังเป็นรณรงค์การเล่นน้ำแบบรู้คุณค่าของน้ำอีกด้วย

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู

 * จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู *

จับพระเมา

จับพระสงฆ์เมากลางสถานีขนส่งผู้โดยสาร หนองบัวลำภูสึก หลังไม่ได้สติ พูดไม่รู้เรื่อง ตรวจค้นพบเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย 2 ขวด

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้เข้าไปตรวจสอบที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู หลังจากได้รับแจ้งว่า มีพระสงฆ์ 1 รูปเมาสุราอยู่ พบว่า มีพระรูปดังกล่าวจริง แต่ไม่แน่ใจว่าเมาหรือไม่สบายกันแน่ จึงได้ค้นในย่าม พบมีเครื่องดื่มบำรุงร่างกายตราพญานาค 2 ขวด ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงพยายามปลุกให้ตื่น แต่ก็ไม่ตื่น สุดท้ายก็หามไปสึกที่วัดพิศาลรัญญาวาส เพราะกระทำผิดวินัยสงฆ์

สำหรับข้อมูลเบื้องต้น พระสงฆ์รูปดังกล่าวชื่อ นายอภิเดช จำปาหอม วัย 45 ปี บรรพชาที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

ภาพจาก สปริงนิวส์

โจ๋กร่างไม่กลัว ก.ม. ไล่ยิงคู่อริลั่นเมืองตรัง หวิดดับ 2 ราย

โจ๋กร่าง

โจ๋ตรังกร่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เผย เคยท้าดวลปืน ระหว่าง “แก๊งควนขนุน กับ แก๊งนัฐ คลองน้ำเจ็ด” เจอหน้าคู่อริกระหน่ำ 9 มม. และลูกซอง ขับรถไล่ล่าชักปืนถล่มคู่อริ บาดเจ็บ 2 ราย ตร.เร่งขอหมายศาลจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.อ.มังกร ชัยเพชร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตรัง ร.ต.อ.ณฐดนย์ นพรัตน์ รอง สวป. ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ 204 และสายตรวจอินทรีย์ ชุด 4 กำลังชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งตกใจตื่นออกมาดูเหตุบนท้องถนน และพบกองเลือดหยดเป็นทางยาวหลายจุด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ชิดจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 45/3 ถ.ควนขนุน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีบาดแผลโดนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านขวาและที่ขาขวา อาการสาหัส และนายพันธกานธ์ หรือปอ ล้อมคง อยู่บ้านเลขที่ 82/3 ม.3 ต.โคกหล่อ (เขตรอยต่อชุมชนควนขนุน) อ.เมือง จ.ตรัง กระสุนโดนที่ศีรษะและไหล่ขวา ทางเจ้าหน้าจึงรีบนำร่างโชกเลือดนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และเศษกระดาษหมอนรองกระสุนปืนชนิดลูกซองจำนวน 2 แผ่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ขับรถจักรยานยนต์ มีนายพันธกานธ์ หรือปอ นั่งซ้อนท้าย และนายมาย กับภรรยา ชื่อ น.ส.ขวัญ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) กับพวกขับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งออกมาเป็นกลุ่มจากบ้านนายพันธกานธ์ บอกจะไปหาของกินที่ตลาดสดท่ากลาง อำเภอเมืองตรัง ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเห็นกลุ่มคนร้ายจำนวนประมาณ 7-8 คน ขับรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะคันละ 2 คน และบางคัน 3 คน ไล่ล่าชักปืนยิงใส่กลุ่มของผู้บาดเจ็บ เสียงปืนดังสนั่นลั่นทั้งเมือง 1 ในผู้บาดเจ็บรู้จักและจำหน้าคนร้ายได้แม่นคือ นายณัฐพงษ์ ชูจักร์ หรือนัฐ ขาใหญ่คลองน้ำเจ็ด อายุ 20 ปี อยู่ 43/3 ม.1 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ถืออาวุธปืนแล้วใช้อาวุธปืนยิงมายังกลุ่มผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงบึ่งรถขับหลบหนีไป

สาเหตุเป็นการขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นคลองน้ำเจ็ด กับ กลุ่มวัยรุ่นควนขนุน สอบถามได้ความว่า มีการท้าทายยิงกันก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งมาเจอหน้าจึงก่อเหตุกระหน่ำไล่ยิงดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวน เรียกประจักษ์พยานมาสอบปากคำและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเสนอต่อศาลขอออกหมายจับกุมแก๊งคนร้ายโดยเร็ว.

ที่มา>>>Thairath

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึก SCB ยันยึดมาตรฐาน ปัดเกิดประกายไฟ

ผู้บริหาร

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึกเอสซีบี ยันรับว่าจ้างมาเปลี่ยนระบบดับเพลิงจากไพโรเจน เป็นไนโตรเจน ย้ำไม่เกิดประกายไฟ ทำตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยา จ่ายญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 แสน คนเจ็บ คนละ 5 หมื่น…

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายอดิศร โฟดา กรรมการผู้จัดการ และ นายณพงศ์ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต คดีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบีปาร์คขัดข้อง จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 7 คน เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายณพงศ์ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุพนักงานของบริษัทได้เข้าไปปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากระบบเดิมที่อาคารได้ว่าจ้างบริษัทอื่นติดตั้งระบบไพโรเจนไว้ เป็นระบบไนโตรเจนแทน โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการปรับปรุงทั้ง ด้านเทคนิค ขั้นตอนการติดตั้งระบบไนโตรเจน ว่าจะเกี่ยวกับระบบไพโรเจนหรือไม่ รวมถึงการปิดระบบ และบุคคลที่เข้าไปทำงาน ในวันเกิดเหตุเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมยืนยัน การปรับปรุงระบบไม่มีประกายไฟเกิดขึ้น ทำตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง โดยได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเเบบนี้ เเละไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมช่วยเหลือเยียวยา โดยให้เงินกับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 1 แสน 5 หมื่นบาท และช่วยเหลือผู้ได้บาดเจ็บรายละ 5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งบางส่วนช่วยเหลือด้วยหลักมนุษยธรรมไปเเล้ว โดยยืนยันผู้บริหารทุกคนไม่คิดหนี

ทั้งนี้ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำกัด เปิดทำการตั้งแต่ปี 2547 ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติของบริษัท จะนำไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

แชร์สนั่น คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ ท่ามกลางเสียงร้องระทึก รอดตายหวุดหวิด

 * แชร์สนั่น คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ ท่ามกลางเสียงร้องระทึก รอดตายหวุดหวิด *

คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ

คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ

แชร์สนั่น คลิประทึกจากในรถไฟ เห็นคนเดินตัดหน้ารถที่มักกะสัน รอดชีวิตหวุดหวิด ส่วนคนในรถร้องด้วยความหวาดเสียว

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ในโลกอินเทอร์เน็ตต่างมีการแชร์คลิปของเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก Somjead Dokchan โดยเป็นคลิปที่ถ่ายจากรถไฟลงมาพื้นที่ด้านหน้า บริเวณมักกะสัน ขณะที่กำลังขับรถ ซึ่งพบว่า ขณะที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่นั่น ได้มีคนเดินตัดหน้ารถไป ทำให้คนขับข้างในต่างร้องด้วยความโมโหและหวาดเสียว แต่โชคดีที่คนที่ตัดหน้ารถไม่ได้เป็นอะไร สามารถเดินพ้นไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

อย่างไรก็ตาม ได้มีคนวิจารณ์คนขับรถไฟว่า ทำไมไม่กดหวูดเตือน แต่ก็มีคนมาปกป้องเช่นกันว่า บางทีเวลานั้นคับขับ อาจจะคิดไม่ทันก็ได้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Somjead Dokchan

สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ

 * สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ *

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

สาววัย 28 ทะเลาะ จ.ส.อ. บนรถ อ้างฝ่ายหญิงคว้ามือไปหยิบปืนจ่อขมับเอง ก่อนยื้อแย่งกันไปมา สุดท้ายปืนลั่นดับ เผยเอาผ้าห่มคลุมให้ แต่ตกใจรีบวิ่งหนี

วันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุมีคนถูงยิงภายในรถยนต์ บริเวณลานคลองถม ตลาดชุมชนแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จึงรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เชฟโรเลตสีขาวจอดอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในรถพบศพ นางสาวตูน (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สภาพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดที่ขมับด้านขวา เลือดไหลนองเต็มเบาะ นั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะข้างคนขับ และมีผ้าคลุมร่างเอาไว้ด้วย

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนแห่งหนึ่ง มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ก่อนเกิดเหตุมีพยานยืนยันว่า ผู้ตายนั่งรถมากับทหารยศ จ.ส.อ. นายหนึ่ง จึงเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่ง จ.ส.อ. รายนี้ ให้การว่า รู้จักกับผู้ตายมาแล้วสักพัก ก่อนเกิดเรื่องได้พากันไปนั่งดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อน จากนั้นพอขับรถกลับ ตนและผู้ตายเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง ช่วงหนึ่งผู้ตายเอื้อมมือไปคว้าปืนลูกโม่ ขนาด .38 มาจ่อขมับตัวเอง ตนก็พยายามจะยื้อแย่ง แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อปืนลั่นกระสุนเจาะขมับเสียชีวิตคาที่ ส่วนตนตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก จึงนำผ้าห่มมาคลุมร่างและวิ่งหนีไปทันที ก่อนโทรรายงานผู้บังคับบัญชาว่าไม่มีเจตนาฆ่าอย่างแน่นอน

ภาพจาก TopnewsThailand สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม