เตือนคนรักหมา-แมวระวัง! จนท.ลุยจับร้านขายยารักษาสัตว์เลี้ยงปลอมชี้ทำดื้อยา อายุขัยสั้น

จากกรณีนายสัตวแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกรักษาสัตว์ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ออกมาระบุว่าที่ผ่านมาปัญหายาปลอมที่ใช้สำหรับกำจัดเห็บ หมัด และรักษาโรคพยาธิหัวใจของสัตว์เลี้ยงเกิดการระบาดอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมว ที่ได้รับยาเหล่านี้มีอายุขัยเฉลี่ยน้อยลงกว่าวัยอันควร โดยมีสาเหตุมาจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความมักง่ายของคลินิกหรือร้านจำหน่ายที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งแม้จะมีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องแต่ปัญหานี้ยังคงทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดวันที่ 9 มิ.ย. นายธีระยุทธ สุทธิจักร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สังกัดกองสารวัตรและกักกัน พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ อึ้งวิจารณ์ปัญญา นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์ จ.ชลบุรี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านรับดูแลสัตว์ 4 แห่งกลางเมืองพัทยา ริมถนนสายสาม และย่านพัทยากลาง หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบนำยารักษาสัตว์ ยาแก้อักเสบ แชมพู และยากำจัดเห็บหมัด ซึ่งไม่ได้มาตรฐานและการควบคุมจากรัฐมาจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก และควบคุมตัวเจ้าของร้านทั้งหมดส่งดำเนินคดี

นายธีระยุทธ เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีการขายยาสัตว์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน ซึ่งผู้ประกอบการมักจะไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์สินค้า ทำให้อาจเป็นสินค้าที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานและเกิดผลเสียทางด้านสุขภาพต่อตัวสัตว์โดยตรง นอกจากนี้ยังมีผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยาได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้บริโภคกรมปศุสัตว์ ได้มีมาตรการในการป้องกันและควบคุมการจำหน่ายอาหารและยาสัตว์ที่ไม่ถูกต้อง โดยการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายอาหารและยาสัตว์ทั่วเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งจะขยายผลการจับกุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแหล่งผลิตและนำเข้าอีกด้วย


“สำหรับชาว ชัยภูมิ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ชัยภูมิ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ชัยภูมิ ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ผัวเมียทะเลาะกัน! พ่อผัวห้ามทัพ แต่พ่อตาเดือด บุกถึงบ้าน ชักปืนยิงพ่อลูกเขยดับสลด

วันที่ 9 มิ.ย. ร.ต.อสิทธิชัย รูปงาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ที่บ้านพักบริเวณ หมู่ที่ 5 ต.ลำพูน อ.บ้านาสาร จ.สุราษฎร์ธานี รีบตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี พบผู้เสียชีวิต 1ราย ทราบชื่อนายสุชล นะปะสม อายุ 53 เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตสภาพนอนตะแคงขวาไม่สวมเสือใส่กางเกงลายทหาร มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ 1 นัด

ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อนายสมศักดิ์ แสนคง อายุ 43 ปี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุแบบตอนเดียว สีน้ำเงิน ทะเบียน 145 นครศรีธรรมราช ไม่ทราบหมวดอักษร หลบหนีไปทางอำเภอบ้านนาเดิม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธีระยุทธ หรือกุ๊ก นะปะสม ลูกชายผู้ตายได้ทะเลาะกับ น.ส.น้ำตาล อายุ 20ปี ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ ผู้ตาย ผู้ตายจึงได้เข้าห้ามปราม และหัวจากนั้น น.ส.น้ำตาลได้โทรไปบอกกับนายสมศักดิ์ ผู้เป็นพ่อว่าถูกทำร้าย หลังจากนั้นนายสมศักดิ์ ได้ขับรถมาที่บ้านเกิดเหตุ แต่ไม่พบลูกเขยและเป็นขณะเดียวกับที่ผู้ตายกำลังนั่งลับมีดตัดยางอยู่หลังบ้าน จึงได้ใช้ปืนยิงใส่ 1 นัดแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เจ้าหน้ากำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

สยอง4ศพ! กระบะเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนรถอีกฝั่ง-ตายทั้งคัน

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.กิติพันธ์ โปร่งคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนประสานงานกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสาย 324 อู่ทอง-กาญจนบุรี หมู่ 11 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจักรนารายณ์ อู่ทอง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผค-4301 นครปฐม คว่ำอยู่บนถนนสภาพพังยับเยิน และพบศพนายอาทร แก้วจักษุ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 2 ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร เป็นผู้ขับขี่ ใกล้กันพบศพ น.ส.รุ่งรัตน์ ซ้ายกระโทก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร นั่งมาด้วย เสียชีวิตถูกอัดก๊อปปี้ภายในรถ

ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บก-9859 อุทัยธานี สภาพคว่ำพังยับเยินและหล่นไปอยู่ในไร่อ้อยข้างถนน ภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบศพ ด.ต.นุกุล ทวีกสิกรรม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281/3 หมู่ 2 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ผบ.หมู่ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ขับขี่ และพบศพนางธีระนาท ทวีกสิกรรม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281/3 หมู่ 2 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ตรงที่นั่งฝั่งผู้โดยสารเสียชีวิต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถยนต์นายอาทรซึ่งเป็นพ่อค้าขายกับข้าวตลาดนัดที่ทุ่งคอกกำลังเดินทางกลับจากขายของตลาดนัดที่วิ่งมุ่งหน้ามาจากถนนสายตลาดเขต มุ่งหน้าเข้า อ.อู่ทอง พอมาถึงจุดเกิดเหตุคาดว่ารถเสียหลักปีนเกาะกลางถนนข้ามฝั่งมาชนรถกระบะอีกคันอย่างแรง เป็นเหตุให้ทั้งหมดเสียชีวิตรวม 4 ราย อย่างไรก็ตาม จะตรวจสอบสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ตรังทึ่ง!คุณยายวัย 84 ยังฟิตปัง ร่วมเตะตะกร้อวงกับชาวบ้าน

พบคุณยายอายุ 84 ปี ชาวเทศบาล ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ร่วมเล่นตะกร้อวงกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทั้งชายหญิงที่อายุน้อยกว่าได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังมีสุขภาพดีแตกต่างไปจากคนรุ่นเดียวกันเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริเวณลานดิน ในชุมชนพรุชี เขตเทศบาลตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง โดยพบชาวบ้านทั้งชายและหญิงประมาณ 5-6 คน กำลังเล่นเซปักตะกร้อวง เพื่อออกกำลังกายกันอย่างสนุกสนาน และทราบว่าเป็นแบบนี้ประจำทุกวันหากฝนไม่ตก แต่ที่น่าสนใจคือผู้เล่นเซปัคตะกร้อวงนี้ มีผู้เล่นเป็นผู้สูงอายุชายหญิง ถึง 2 คน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือคุณยายหิม กูลรมย์ ที่มีอายุถึง 84 ปีแล้ว อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 2 ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ร่วมเล่นอยู่ด้วยน.ส.ประภาพร กูลรมย์ อายุ 49 ปี ลูกสาวคนที่ 5 ของคุณยายหิม กล่าวว่า คุณแม่ของตนชอบกีฬาตะกร้อเป็นชีวิตจิตใจ โดยช่วงแรกมีเพื่อนบ้านมาเตะตะกร้อเล่นกันหน้าบ้าน คุณแม่ก็นั่งดูเฉยๆ กระทั่งเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว คุณแม่ก็ไปขอร่วมเล่นด้วย และเล่นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถรับส่งลูกตะกร้อหวายได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมวงคนอื่นๆ โดยท่าเล่นที่ถนัดคือลูกเข่า และลูกพลิกเท้าหลัง จนสร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก ซึ่งบางคนก็มานั่งชมเชียร์คุณแม่เล่นตะกร้อทุกวัน พร้อมต่างพากันอมยิ้มและชื่นชมคุณแม่ของตนว่า นอกจากจะสุขภาพดีแล้ว ยังแข็งแรงมาก และต่างไปจากคนในวัยเดียวกันส่วนอาหารคุณแม่ของตนก็กินได้ทุกชนิด ทั้งผัก ปลา โดยเฉพาะแกงเลียง แต่ที่ชื่นชอบมากที่สุดคือ การดื่มกาแฟ ซึ่งตนก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก็ได้ตรวจวัดสภาพร่างกายให้กับผู้เป็นแม่ประจำ โดยเป็นที่น่าประทับใจว่า ไม่พบโรคภัยใดๆ ที่ผู้สูงวัยส่วนมากมักเป็นกันแม้แต่น้อย ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจที่คุณแม่ยังมีสุขภาพดี แม้จะมีอายุมากแล้ว และอยากให้ทุกๆ คนสุขภาพดี รวมทั้งให้คุณแม่ชอบออกกำลังกายเป็นอย่างนี้ไปตราบนานเท่านานนายคำนึง มอบพิจิตร อายุ 43 ปี เพื่อนร่วมวงเซปัคตะกร้อ กล่าวด้วยความภูมิใจว่า คุณยายหิม เล่นตะกร้อได้คล่องแคล่วมาก และเล่นเข้าขากันดีกับทุกคน เหมือนคนวัยเดียวกัน และไม่รู้สึกเป็นภาระของกลุ่มแต่อย่างใด

ด้าน นายธนกฤต ภูมิมาตร นายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ ซึ่งมักจะมามีนั่งชมและเชียร์ คุณยายหิม เล่นตะกร้ออยู่เป็นประจำ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและชื่นชมอย่างมากที่สุดที่มีผู้สูงอายุในพื้นที่มีสุขภาพแข็งแรง สุขภาพจิตดี ก็อยากให้ผู้สูงอายุคนอื่นๆ ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งทางเทศบาลก็พร้อมจะส่งเสริมทุกด้านอยู่แล้ว

ขณะที่ คุณยายหิม กล่าวว่า ตนรู้สึกสนุก และชอบเล่นตะกร้อมานานแล้ว โดยไม่มีอาการหน้ามืด เป็นลมหรือหายใจไม่ทันแต่อย่างใด เนื่องจากมีสุขภาพดี ไม่เคล็ดไม่เมื่อย และทุกอย่างปกติมากๆ อีกทั้งตนไม่เคยไปหาหมอ กินได้ นอนหลับดี แต่อุปสรรคของการเล่นตะกร้อก็มีบ้าง คือสายตาที่มองเห็นไม่ชัด และถ้าถูกแสงส่องมากๆ จะไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม ตนตั้งใจจะเล่นตะกร้อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเล่นไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ สามีของตนคือ นายชิต กูลรมย์ อายุ 81 ปี ซึ่งอยู่กินกันมากว่า 60 ปี และมีลูกชายหญิงด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 2 หญิง 3 ก็มีความสุขดี เพียงแต่คุณตาชิตไม่ได้ร่วมเล่นตะกร้อด้วย เพราะเป็นโรคหอบหืด ทำได้เพียงคอยให้กำลังใจเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวใหญ่กลับจากงานเลี้ยง เดินให้รถไฟชนดับสยอง ชิ้นส่วนกระเด็นว่อน คาดเมาหรือปัญหาส่วนตัว

วันที่ 5 ก.พ. หน่วยกู้ภัยสว่างอริโยธรรมสถานบ้านหมี่ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถไฟชนคน เสียชีวิต บริเวณ ทางกั้นรถไฟ ม.1 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี จึงจัดกำลังอาสาสมัครไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่

โดยที่เกิดเหตุเป็นทางข้ามถนน มีที่เปิด ปิดกั้นรถ หากจากสถานีรถไฟ หนองเต่า ประมาณ 300 เมตร พบ ชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกรถไฟขบวนที่ 8 เชียงใหม่-กรุงเทพ ชนสภาพชิ้นส่วนคนกระจัดกระจาย เกลื่อนตามทางรถไฟ จากจุดชน ชิ้นส่วนกระเด็นไปไกลถึง 100 เมตร ไม่เป็นรูปร่างของคน อาสาสมัครกู้ภัยจึงได้เก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมด ต่อมาได้ทราบชื่อผู้เสีย คือ นางวรีรัตน์ ชไนเดอร์ อายุ 49 ปี ซึ่งสามีเป็นชาวต่างชาติ

จากการสอบถามนาง ฐิติยา กั้นธรณ์ อายุ 58 ปี เล่าว่า ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ ไปงานกินเลี้ยงในหมู่บ้านใกล้เคียง ได้ดื่มสุราด้วยคาดว่าจะมีอาการมึนเมา หรืออาจจะมีปัญหาอะไรสักอย่างตนไม่ทราบ พอมาถึงที่เกิดเหตุ ได้จอดรถจักรยานยนต์ แล้วเดินให้รถไฟชน ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เตือนอันตราย! สาวภูเก็ตใส่กระโปรงยาวขี่จยย. ชายพันโซ่-กระชากล้มไปกองถนน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกผู้ใช้เฟซบุ๊กนาม “ตาล โปรเมดิกส์ ภูเก็ต” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้โพสต์ภาพขณะเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปฐมพยาบาลหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุหกล้มรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะเเละเเขนซ้าย โดยหลังจากช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว จึงนำตัวส่งยังโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ที่หน้าธนาคารเอเชียถนนพังงา อ.เมือง ภูเก็ต เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เข้าตรวจสอบหลังหลังรับเเจ้งหญิงสาวอายุ 30-35 ปี ได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีเเดงดำป้ายทะเบียน กงล ระนอง 218 จอดอยู่ ที่โซ่รถจักรยานยนต์พบเศษผ้าพันอยู่ สอบถามทราบว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวเจ้าของเฟซบุ๊กระบุว่า ต้องการนำเสนอเรื่องเป็นอุทาหรณ์ เพราะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สาเหตุจากผู้บาดเจ็บสวมใส่เสื้อผ้าและกระโปรงยาวขับขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนเข้าไปพันกับโซ่รถ ทำให้เกิดการกระชากจนล้มได้รับบาดเจ็บ เเต่ถือว่าเคราะห์ดีที่ไม่มีรถขับตามหลัง ทำให้ไม่มีเหตุสลดเกิดซ้ำ

“ต้องขอโทษผู้ได้รับบาดเจ็บที่นำเรื่องมาเปิดเผย เเต่เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนเรามักมองข้าม จนเกิดอันตรายขึ้น จึงขอนำมาเตือนหญิงสาวให้ใช้ความระมัดระวังเเละเเต่งตัวให้เหมาะสมเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ หากจำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่ยาวก็ต้องรวบไว้ อย่าให้ชายกระโปรงหรือผ้าห้อยลงจนเข้าใกล้โซ่รถจักรยานยนต์ได้”

ที่มา>>>ข่าวสด

พนักงาน Google กว่า 2 พันคน รวมตัวประท้วงนโยบายแบนผู้อพยพของทรัมป์

พนักงาน Google กว่า 2 พันคน รวมตัวประท้วงนโยบายแบนผู้อพยพของทรัมป์

พนักงานกูเกิลกว่า 2,000 คนรวมตัวประท้วงที่สำนักงานทั่วโลก แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายแบนผู้อพยพจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเป็นการชั่วคราว โดยผู้ประท้วงต่างโพสต์รูป วิดีโอ และข้อความบนทวิตเตอร์ โดยใช้แฮชแทกว่า #GooglersUnite

การประท้วงเกิดขึ้นหลังจากพนักงานร่วมกันระดมทุนกว่าสองล้านดอลลาร์ จ่ายให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อสนับสนุนการทำงานเรื่องผู้อพยพโดยเฉพาะ มีรายงานว่า Sundar Pichai ซีอีโอกูเกิลก็อยู่ในเหตุการณ์ประท้วงที่สำนักงานใหญ่ในเมือง Mountain View ด้วย โดยเขากล่าวกับพนักงานว่าการต่อสู้ของเราต้องดำเนินต่อไป

1485857493749


“สำหรับชาวอำนาจเจริญ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อำนาจเจริญ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อำนาจเจริญ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

“ต๊ะ นรากร”ผู้ประกาศข่าวสาวโร่แจ้งตร. โดนเพจดังหลอกให้โอนเงินช่วยแมว-หมา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ม.ค.ที่สน.วังทองหลาง น.ส.นารากร ติยายน หรือ ต๊ะ นรากร ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อายุ 49 ปี พร้อมนายตุลย์ บุนนาค อายุ 37 ปี แอดมินเพจรักหมา เดินทางเข้าพบร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รองสว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกให้โอนเงินช่วยค่ารักษาสัตว์ เป็นมูลค่ากว่า 30,000 บาทต๊ะ นรากร กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ”นปรางห์มณี น้อยหน่า ทองอนันต์” ได้ทักแชทเฟซส่วนตัวมาหาตน พร้อมนำภาพหมา และแมวที่ได้รับบาดเจ็บ และป่วยเป็นโรคมายังตนพร้อมขอให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งตนรักและชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือน กรกฎาคม 2559 หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ทักแชทมาเพื่อขอเงินอีหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ รวมอีกกว่า 10 ครั้ง รวมยอดเงินที่โอนไปกว่า 30,000 บาท

ต่อมาตนเริ่มเอะใจ แต่ยอมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการนำเงินไปช่วยเหลือสัตว์จริงหรือไม่ และไม่ได้ขอดูความคืบหน้าการรักษาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวว่านายตุลย์ แอดมินเพจรักหมา เข้าแจ้งความกับตำรวจบก.ปอท. ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ตนจึงติดต่อไปยังนายตุลย์กระทั่งทราบว่าถูกหลอก กระทั่งตัดสินใจมาแจ้งความ

ต๊ะ นรากร กล่าวอีกว่า ตนอยากจะฝากไว้สำหรับคนที่จะช่วยเหลือหมาแมว ว่า ไม่อยากให้ไม่ไว้ใจจนไม่ช่วยเลย เพราะบางกรณีก็มีคนที่เป็นคนดี และต้องการช่วยเหลือสัตว์จริงๆ แต่ตนอยากให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอก ขณะที่พลเมืองดีที่รับบริจาคก็ควรที่จะชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน ให้ผู้ที่มีช่วยเหลือสบายใจว่าเงินพวกเขาได้ช่วยเหลือสัตว์อย่างแท้จริง

ด้านนายตุลย์ กล่าวว่า ตนพาน.ส.นารากรมาแจ้งความ และจะให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีบุคคลที่ถูกเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกรวมแล้วกว่า 11 ราย รวมมูลค่าหลักล้านบาท

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนรับเรื่องพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะประสานตำรวจบก.ปอท. เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและติดตามผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมาสอบปากคำต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาววัย 21 นอนอยู่บ้านลำพัง ตื่นขึ้นมาแทบช็อก! มีคนร้ายหนุ่มนอนกอด ปิดตา-ขืนใจถึง 2 ครั้ง

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 26 ม.ค. น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ชาวอ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ถ.รอบเมือง ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.จักรพงษ์ ต้องแต้ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักแล้ว ใช้กำลังขู่บังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ไปถึง 2 ครั้ง และเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมายังพบว่ามีชายต้องสงสัยเดินป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่แถวทางเข้าหมู่บ้าน จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และอาจจะถูกคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านเพื่อข่มขืนอีก

น.ส.น้อยให้การอีกว่า พักอยู่บ้านคนเดียว หลังทำงานเสร็จก็ปิดบ้านนอนอยู่ในห้อง และล็อกเพียงประตูหน้าบ้าน แต่ห้องนอนไม่ได้ล็อก กระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตอนช่วงเช้ามืด ขณะนอนพักอยู่ในห้องมีคนร้ายเป็นชายไม่ทราบอายุและหน้าตา บุกเข้ามาในบ้าน กระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็พบมีผู้ชายนอนกอดอยู่ข้างๆ คนร้ายได้ข่มขู่ไม่ให้ตะโกนให้คนช่วยหากไม่เชื่อจะถูกฆ่าตาย จึงไม่กล้าขัดขืนคนร้าย

 “จากนั้นคนร้ายได้เอาเสื้อยืดที่ตนสวมใส่อยู่ดึงถลกขึ้นปิดใบหน้าของตนเอาไว้ แล้วจับถอดกางเกงออกลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง แต่ระหว่างที่คนร้ายจะเดินหนีไปก็เปลี่ยนใจ กลับมาลงมือข่มขืนอีกรอบจนสำเร็จความใคร่ไปอีก 1 ครั้ง”

น.ส.น้อยให้การต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุก็เก็บความเจ็บปวดบอบช้ำไว้หลายวัน แต่ยังไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวคนร้ายจะย้อนกลับมาฆ่า กระทั่งพบว่ามีชายต้องสงสัยมาป้วนเปี้ยนแถวหน้าหมู่บ้าน จึงกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเป็นหนุ่มในละแวกที่แอบหลงรักฝ่ายหญิง จะได้สืบสวนหาตัวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายกันต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดจม.อีกฉบับ “น้องบี”เขียนลาตาย สั่งย่าให้สวด 9 คืน ไม่ต้องเปลี่ยนชุดศพ

จากกรณี เหตุสลด น.ส.บุษกร (สงวนนามสกุล) หรือน้องบี อายุ 19 ปี ชาวอ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ใช้ผ้าขนหนูตัวตาย และเขียนจดหมายลาตายถึงอดีตแฟนหนุ่ม สั่งให้ฝ่ายชายมาร่วมงานศพ ใส่เสื้อสกรีนรูปคู่มาด้วย ทั้งยังให้ฝ่ายชายโพสต์วิดีโอลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากไม่ทำตามจะตามมาหลอกหลอนและเอาไปอยู่ด้วยนอกจากจดหมายที่เขียนถึงแฟนหนุ่มแล้ว น้องบี ยังเขียนจดหมายอีกฉบับ สั่งเสียถึงย่าของตนเอง ระบุว่า“ย่า นุ้ยขอโทษที่ทำแบบนี้ ไม่มีเค้านุ้ยอยู่ไม่ได้จริงๆ ย่าให้เค้ามางานศพนุ้ยกันนะ เค้าจะเรียกนุ้ยว่าบี เค้าชื่อมาย ย่าไม่ต้องเปลี่ยนผ้าให้นุ้ยนะ ให้นุ้ยใส่ชุดในวันตายจนเผา ส่วนงานศพ ย่าสวดให้นุ้ย 9 วัน 9 คืนนั ฝากขอโทษทุกคนนะย่า นุ้ยรักย่า รักโป รักพ่อ รักแม่.. นุ้ยรักทุกคนนะ นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทุกคนจะมาเดือดร้อนเพราะนุ้ย นุ้ยรักทุกคนนะ จากน้องทราย”

ที่มา>>>ข่าวสด