Medium ปลดพนักงาน 50 คน ยอมรับโมเดลหารายได้จากโฆษณาไม่เวิร์ค

Medium ปลดพนักงาน 50 คน ยอมรับโมเดลหารายได้จากโฆษณาไม่เวิร์คMedium แพลตฟอร์มเขียนคอนเทนต์ยอดนิยม ประกาศปลดพนักงานออก 50 คน หรือประมาณ 1/3 ของพนักงานทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานฝ่ายขาย ซัพพอร์ต และงานสายธุรกิจอื่นๆ

Evan Williams ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Medium (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twitter ด้วย) อธิบายว่าภารกิจแรกเริ่มของ Medium คือสร้างโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับสื่อออนไลน์ โดยพยายามหาวิธีที่ผู้เขียนคอนเทนต์จะได้รับค่าตอบแทนที่ดี ที่ผ่านมา Medium ลองใช้โมเดลโฆษณาและได้รับความสนใจจากแบรนด์ต่างๆ ไม่น้อย แต่จากตัวเลขรายได้ที่ออกมาพบว่าโมเดลนี้ไม่ได้ปฏิวัติวงการอย่างที่หวังไว้ ทีมบริหารจึงตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ เพื่อมองหาโมเดลที่ดีกว่านี้

Evan ยอมรับว่า Medium ยังไม่สามารถบอกชัดๆ ได้ว่าโมเดลใหม่เป็นอย่างไร และต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการหาโมเดลที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าในปี 2016 บริษัทมีการเติบโตที่ดี จำนวนผู้อ่านและจำนวนโพสต์ในระบบโตขึ้นถึง 300% รวมถึงมีโพสต์จากคนดังจำนวนมากเข้ามาบนแพลตฟอร์ม


“สำหรับชาวฉะเชิงเทรา ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ฉะเชิงเทรา ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ฉะเชิงเทรา ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

ด่วน!! สันติ ดวงสว่าง สิ้นใจแล้วตอน 9 โมงเช้าวันนี้ #RIP

จากกรณี “สันติ ดวงสว่าง” อายุ 48 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เจ้าเพลงยอดฮิต “จูบไม่หวาน” ซึ่งเข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม เนื่องจากอาการเส้นเลือดโพรงสมองส่วนกลางแตก และยังมีโรคประจำตัวรุมเร้าอีกหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูงนั้น

ล่าสุดวันที่ 4 พ.ย. นพ.วัชระ จันทร์เจริญกิจ รองผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เปิดเผยว่า สันติ ดวงสว่าง ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 09.53 น.ของวันนี้ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องกว่า 20 คนที่เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่เพจ สันติ ดวงสว่าง ได้โพสต์ว่า เวลา 09.55 เจ้าพ่อเพลงหวาน ได้จากพวกเราไปแล้ว ส่วนศพจะไว้ที่วัดมูลจินดา คลอง 5

ที่มา>>>ข่าวสด

ด่วน!! เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนตาบา อ.ตากใบ ตำรวจ ครู นักเรียนเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.25 น. เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย ครู และนักเรียน ขณะเดียวกันช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเวลา 02.30 น. วันที่ 6 ก.ย. พ.ต.ต.นพดล กล่อมพงษ์ สว.กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ที่บริเวณหน้าแคมป์คนงานก่อสร้าง บริษัท เอสจีเอ็มบี คอนสตรัคชั่น จำกัด ถนนกระบี่-เขาทอง  ต.ปากน้ำ ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่  จ.กระบี่   หลังรับแจ้งว่า พบกล่องสี่เหลี่ยมและมีไฟกะรพริบวางอยู่บริเวณประตูทางเข้าแคมป์คนงาน โดยมีถุงขยะสีดำวางไว้ด้านหน้า

ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทำจากไม้อัดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ภายในมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และมีหลอดไฟแอลอีดี สีเขียวและสีแดง กระพริบสลับกันตลอดเวลา วางอยู่บริเวณฝั่งขวาประตูทางเข้าแคมป์คนงาน เจ้าหน้าใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายตัดวงจร โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที  ก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่พร้อมประสานพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบ

เบื้องต้นพบชิ้นส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ถ่านไฟฉายขนาด 3 เอ 1 ก้อน  ชุดหูฟังโทรศัพท์มือถือสีฟ้า 1 เส้น  ท่อพีวีซีตัดเป็นท่อนขนาดยาวประมาณ 1 นิ้วและดินระเบิดแรงต่ำ เครื่องคิดเลข และสายไฟอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนหลักฐานในที่เกิดเหตุและลายนิ้วมือแฝงที่กล่องดังกล่าวเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอ ไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ดอกเบี้ยขาลง! คนกู้ซื้อบ้านใช้ประโยชน์อย่างไรให้คุ้มค่า.?

ดอกเบี้ยขาลง! คนกู้ซื้อบ้านใช้ประโยชน์อย่างไรให้คุ้มค่า.?

เห็นแบงก์ทยอยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR หรือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ซึ่งเป็นเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Term Loan) โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ แล้วก็น่ายินดีกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม เอสเอ็มอี ที่ต้องได้ผ่อนภาระลงไปบ้าง

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีบางธนาคารได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย MRR หรือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ลงด้วย เช่น ธนาคารทหารไทย ที่ปรับลดลงมา 0.25 % จาก 8.025% เป็น 7.775% ซึ่งดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทนี้ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้ บรรดาลูกหนี้ผ่อนบ้าน ลูกหนี้บัตรเครดิต ได้อานิสงค์ไปเต็มๆ

ต่อจากนี้เราคงต้องรอดูว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยของแต่ละแบงก์ลงมาอย่างไร โดยเฉพาะบรรดาลูกหนี้ ติดตามให้ดี เพราะเราสามารถบริหารหนี้เพื่อลดภาระหนี้ของเราลงได้นะครับ โดยเฉพาะ ใครที่เป็นหนี้เงินกู้เพื่อผ่อนบ้านหรือที่อยู่อาศัยอยู่

ทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้

อย่างที่บอกว่าต้องติดตามดูแต่ละธนาคารว่ามีการปรับดอกเบี้ยเงินกู้มาอย่างไร หากแบงก์ที่เรากู้ไม่ปรับลดลงมาเราจะทำอย่างไรดี..?
ขั้นแรก นำตารางดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ของทุกแบงก์มากางดูเลยว่า แต่ละแบงก์หรือแต่ละธนาคารมีอัตราเท่าไร? หาก ดอกเบี้ยเงินกู้ที่เราผ่อนบ้าน สูงกว่าของแบงก์อื่น มองไปที่แบงก์ที่มีดอกเบี้ยประเภทเดียวกันเลยครับว่ามีอัตราเท่าไร
ที่นี้มาดูเงื่อนไขการกู้เงินของเรา ว่า เราผ่อนแบงก์ไปจนผ่านระยะเวลาที่เป็นเงื่อนไขว่าห้ามรีไฟแนนซ์หรือยัง ปรกติในสัญญาเงินกู้จะระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามกู้เงินเพื่อมาชำระหนี้เดิม หรือ รีไฟแนนซ์หนี้กี่ปี ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลา 3 ปี แต่ให้ชัดเจนไปดูสัญญาเงินกู้ครับ

หลังจากนั้นลองมานั่งดูว่า งวดชำระภาระดอกเบี้ยที่เหลือ กับ เงื่อนไขของแบงก์ใหม่ที่เราเล็งไว้ว่า ดอกเบี้ยถูกกว่าหรือไม่ ภาระที่เราจะจ่ายต่องวด ดีกว่าเงื่อนไขสัญญาเดิมหรือไม่ ซึ่งปรกติแล้ว ดอกเบี้ยที่ถูกลง จะลดภาระให้เราได้มากอยู่แล้ว เราก็ไปติดต่อธนาคารที่เราเล็งไว้ได้เลย

หลังจากเรารีไฟแนนซ์เงินกู้ผ่อนบ้านใหม่แล้ว สามารถลดภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ลงได้แล้ว ก็มีข้อแนะนำเพื่อให้การผ่อนบ้านสามารถผ่อนหมดได้เร็วขึ้นอีกด้วยคือ

-เพิ่มเงินจ่ายค่างวดมากกว่าที่กำหนด 10 %
สมมุติหลังรีไฟแนนซ์แล้ว ท่านมีภาระจ่ายชำระหนี้ต่อเดือน อยู่ที่ 20,000 บาท แต่ท่านมีกำลังการเงินพอ ให้เพิ่มเงินชำระค่างวดไปอีก 10 % หรือเป็น 22,000 บาท วิธีนี้จะช่วยให้ท่านจ่ายหนี้หมดได้เร็วกว่าเดิมเป็นปีเลยนะครับส่วนจะกี่ปี แล้วแต่วงเงินกู้ว่ามากน้อยเพียงใด

เหตุที่ผ่อนหนี้หมดเร็วจากวิธีนี้ เพราะ ปรกติ ในงวดชำระเงินกู้ทางแบงก์จะแบ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันอยู่ อย่างเช่น เงินงวด 20,000 บาท เป็นเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 10,000 บาท เมื่อท่านเพิ่มจ่ายเงินเข้าไปอีก 2,000 บาท ธนาคารจะนำไปหักเงินต้นให้ จะทำให้เงินต้นลดลงเร็วขึ้น ระยะยาวจะทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงด้วย เพราะเมื่อเงินต้นน้อยลง ดอกเบี้ยที่คิดจากเงินต้น จะลดลงไปตามสัดส่วนด้วย

-อีกแนวทางในการลดเวลาในการผ่อนหนี้ให้เร็วขึ้นคือ โปะด้วยเงินก้อน

ใครที่มีโบนัส หรือ ได้เงินพิเศษเป็นเงินก้อนมา ส่วนหนึ่ง กันมาใช้หนี้เป็นก้อนใหญ่จะช่วยลดภาระจากดอกเบี้ยลงได้มาก และทำให้เราจ่ายหนี้ได้เร็วขึ้น
สมมุติเรากู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าผ่อน 20 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 2.5 ล้านบาท และสมมติว่าเงินเดือนของเราอยู่ที่ 50,000 บาท ได้รับโบนัส 3 เดือน เท่ากับ 150,000 บาท ถ้าแบ่งมาโปะบ้าน 1 แสนบาท โดยโปะเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 1 ปี และโปะเพียงครั้งเดียว คิดเป็นดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอดระยะเวลาที่เหลือเกือบ 3 แสนบาท และระยะเวลาผ่อนบ้านลดลงเกือบ 1.5 ปี จะเห็นได้ว่า โปะบ้านเพียงครั้งเดียวด้วยเงิน 1 แสนบาท ยังประหยัดดอกเบี้ยได้หลายแสน แล้วถ้าโปะบ้านทุกครั้งที่มีเงินก้อนหรือได้เงินโบนัส จะประหยัดดอกเบี้ยได้มากขนาดไหน

ในโอกาสที่มีการปรับลดดอกเบี้ยลงมาแบบนี้ คนที่มีภาระผ่อนหนี้อย่าพลาดโอกาสเด็ดขาด สนใจติดตามดูความเคลื่อนไหวของแต่ละแบงก์สักนิด จะช่วยลดภาระเราได้มากเลยครับ……

ภาพจาก :http://www.istockphoto.com/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

https://k-expert.askkbank.com

https://www.krungsri.com

เมียนายทหารนอกราชการป่วยโรครุม หลอกสามีให้ไปซื้อโจ๊ก ก่อนใช้ปืนยิงตัวดับคาบ้าน

วิชชุตา ศิริโมท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง ชนิกรรดา ชูใจ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตยิงตัวตาย ภายในหมู่บ้านบัวทอง 4 ซอย 4/4 บ้านเลขที่ 77/303 ม.5 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รองผบก. รรท.ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ รองผกก.วท.พฐ. พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ อัฑฒพงษ์ สว.สส. พร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ที่ห้องโถงชั้นล่างพบศพนางวิชชุตา ศิริโมทย์ อายุ 58 ปี  นั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟา ที่ขมับขวามีรอยกระสุนปืนเข้า 1 นัดกระสุนฝังใน ที่มือขวาพบอาวุธปืนขนาด .22 แบบลูกโม่ ภายในบรรจุกกระสุนปืนจำนวน 6 นัด ยิงออกไปแล้ว 1 นัด เจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเก็บลายนิ้วมือ ที่อาวุธปืนและเก็บเขม่าดินปืนที่มือผู้เสียชีวิตทั้งสองข้างไว้เป็นหลักฐาน

ร.ต.นูญ ศรีทอง อายุ 65 ปี นายทหารนอกราชการ สามีผู้ตาย กล่าวว่า ได้พักอาศัยอยู่กับนางวิชชุตา เมื่อช่วงเช้านางวิชชุตาบอกว่าอยากจะกินโจ๊ก จึงออกจาบ้านไปซื้อโจ๊กมาให้ เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน ก็พบนางวิชชุตาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรแจ้งตำรวจให้ทราบ
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่านางวิชชุตามีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด และเครียด รวมถึงโรคซึมเศร้า ก่อนเกิดเหตุได้ให้สามีไปซื้อโจ๊กมาให้ที่ตลาดภายในหมู่บ้าน และใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง 1 นัด โดยบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไม่ได้สนใจ  คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากโรครุมเร้า โรคเครียดและโรคซึมเศร้า

ที่มาของภาพ:ข่าวสดออน์ไลน์