สไลเดอร์สยอง! หนุ่มมะกันโชว์ไถลลงจากเขา แต่หลุดโค้งกระเด็นตกหน้าผาสุดเสียว (คลิป)

เว็บไซต์ ฟ็อกซ์ 4 นิวส์ ของสหรัฐอเมริกานำเสนอคลิปวิดีโอนาทีช็อกของ เดวิด แซลมอนหนุ่มจากเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส โดยเล่นสไลเดอร์ลงมาจากภูเขา แต่เกิดหลุดโค้งจากขอบแล้วตกหน้าผาลงไปด้วยความสูงราว 3-4 เมตร ข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภ้ยรุดมาที่เกิดเหตุแต่ค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขา แต่ใช้เวลาค้นหานายเดวิดแล้วนำส่งโรงพยาบาลได้ในที่สุด

นายเดวิดโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ตนได้รับบาดเจ็บ กระดูกแขนหัก ซี่โครงแตก หลัง แขน และสีข้างเป็นแผลถลอกหลายจุด ทว่าโชคดีที่อาการไม่รุนแรงถึงขั้นผ่าตัด

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตแฟนหนุ่มไม่สะท้าน-ทำแผนฆ่า“น้องแจน” เผยรัดคอนาน 5 นาทีจนสิ้นใจ (คลิป)

กรณีพบศพน.ส.รุจิษยา อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี สาวสวยนักเรียนนอก ลูกสาวนายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือ “เล็ก สารคาม” เซียนพระเครื่องชื่อดัง ตำแหน่งรองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2 ถูกฆ่าหมกหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยบริเวณใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงจนกะโหลกยุบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ต่อมาตร.จับนายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ อายุ 22 ปี ชาวจ.มหาสารคาม อดีตแฟนหนุ่มขณะกำลังเตรียมตัวหลบหนี สอบสวนอ้างว่าสาวผู้ตายมาทวงเงินที่ค้างอยู่ แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงคว้าเชือกรัดคอจนขาดใจ แล้วฉกโทรศัพท์หลบหนี ซึ่งตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พ.ต.ท.วุฒ ศรีวิลัย รองผกก.สส.สภ.เมืองมหาสาราคาม พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมือง นำตัวนายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 15 ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นผั้ต้องหาฆ่า น.ส.รุจิษยา อมรศรีรัตนชัย หรือ แจน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ซอยนครสวรรค์ 33 ถ.นครสวรรค์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งเพิ่งกลับมาจากศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย สาเหตุที่ฆ่าแค้นที่ผู้ตายทวงเงิน 1300 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกที่นัดพบกันบริเวณตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง แต่การเจรจาทวงเงินไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ต้องหาจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีไปตามถนนพบายพาส ผู้ตายขี่ตามไปจนถึงที่เกิดเหตุทางโค้งจากนั้นได้จอดรถคุยกันข้างทาง แต่รถที่สัญจรไปมามีจำนวนมาก ทั้งคู่จึงแวะเข้าไปคุยกันยังจุดเกิดเหตุ  นายศักดามีสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ให้การถึงขั้นตอนสังหารว่า ผู้ตายนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาจึงฉวยโอกาสคว้าเชือกที่ตกอยู่บริเวณนั้นรัดคอผู้ตายทางด้านหลังพร้อมกระชากอย่างแรง จนตกลงมายังพื้นทำให้ศรีษะกระแทกพื้น หลังจากรัดคออยู่ประมาณ 5 นาทีผู้ตายเสียชีวิต จึงเหวี่ยงร่างผู้ตายลงไปข้างทางซึ่งเป็นพงหญ้า หลังพบว่าเสียชีวิตแล้วจึงเก็บโทรศัพท์มือผู้ตายที่ตกอยู่ไปด้วย จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปยังสี่แยกแก่งเลิงจาน พอถึงบริเวณตรงข้ามโรงสีข้าวทิ้งเชือกที่รัดคอไว้ เป็นจุดสุดท้ายที่ทำแผน

สำหรับสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบทำแผนในช่วงเช้ามืด เนื่องจากหวั่นว่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะคาดว่าจะมีประชาชนมาดูจำนวนมาก เพราะเป็นคดีที่ประชาชนชาวมหาสาราคามให้ความสนใจ

พ.ต.ท.วุฒ ศรีวิลัย รองผกก.สส. สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ วันนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม 12 วัน สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้วได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในเวลากลางคืน รวม 2 ข้อหา

ที่มา>>>ข่าวสด

ถล่มด่าเละ ฟิวส์ กิติกร พระเอกจักร์ๆ วงศ์ๆ ทำตัวเป็นเทวดา

เป็นประเด็นทำตัวเป็นเทวดาสำหรับดารานักแสดงหนุ่มที่แจ้งเกิดจากละครจักร์ๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 หลายต่อหลายเรื่อง แต่ช่วงหลังหันมาแสดงละครหลังข่าวซึ่งกำลังถ่ายทำเรื่อง “หักลิ้นช้าง” จากกรณีที่ทางผู้จัดการส่วนตัวของดาราหนุ่ม “ฟิวส์ กิติกร” ได้โพสอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า book18 โพสต์คลิปวีดีโอที่ดาราหนุ่ม ให้พนักงานร้านอาหารร้านนึงอุ้มเจ้าตัวไปขึ้นรถที่น้ำท่วมอยู่พร้อมบรรยายแคปชั่นใต้ภาพว่า “ชีวิตโครต VIP @fuse_kitikron  มากินข้าวฝนตกน้ำท่วมไปขึ้นรถไม่ได้ #พนักงานที่นี่บริการดีจิงๆ ฮาว่ะ” ทำให้เกิดกระแสในแง่ลบกับผู้ที่เข้ามาคอมเม้นท์ข้อความในลักษณะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของดาราหนุ่มบางข้อความจัดหนักต่อว่าดารหนุ่มว่า ทำตัวเหมือนคนพิการ นึกว่าเป็นเทวดา นึกว่าอุ้มคนพิการ ทุเรศค่ะ ขนาดเซเลปดังๆ เค้ายังไม่ทำแบบนี้ จะกินข้าวนอกบ้านทั้งทีลำบากคนอื่นน่าสมเพชฯลฯ

เรียกว่ามีแต่เสียงตำหนิในการกระทำของพระเอกหนุ่มฟิวส์ถึงความไม่เหมาะสม ขนาดซุปตาร์ยังไม่ทำกันแบบนี้เลย

ที่มา>>>Sanook

ฮือฮามาก พิธีศพ”นางตานี”อายุ 220 ปี บรรจุโลง-เผาในเมรุแบบคน เพราะเหตุนี้?

  สร้างความฮือฮาทั้งโลกออนไลน์ เมื่อเพจ  พระแก้วมรกต วัดหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ได้โพสต์ภาพพิธีฌาปนกิจศพนางตานีอายุ 220 ปี โดยเป็นภาพชาวบ้านนำต้นกล้วยต้นใหญ่ใส่โลงศพแล้วเขียนว่า “นางตานี อายุ 220 ปี” จากนั้นมีพระมาสวดมาติกาแล้วส่งโลงศพเข้าเมรุ โดยเพจ พระแก้วมรกต วัดหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ระบุว่า “21/7/59 พิธีฌาปนกิจศพแม่กล้วยตานี อายุ 220 ปี น้องสาวคนสุดท้องของกล้วยตานีของตำบลสวด โดยทางญาติกล้วยค้าวและกล้วยอ่องบ้านดอย ม.3 ญาติๆของแม่กล้วยตานี ได้ทำบุญประกอบพิธีให้ ณ ป่าสุสานบ้านดอย ตำบลสวด อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ได้รับเมตตาจากทายาทกล้วยหอมทองบ้านสวนเสด็จเป็นประธานในพิธีเหมือนเช่นเคยขอรับ” หลังจากที่มีการเผยแพร่ออกไปมีคนเข้าไปสอบถามกันอย่างมากว่ามีเรื่องเช่นนี้จริงๆด้วยหรือ ซึ่งเพจ พระแก้วมรกต วัดหลวง อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ได้ชี้แจงว่า พิธีนี้เขาใช้ลองเตาเผาศพใหม่ เพื่อทำบุญแก้เคล็ดป้องกันอาเพศทั้งหลายทั้งปวง ถ้าใช้ศพจริง ก็จะทำให้มีคนตายบ่อย  ด้วยความฉลาดของบรรพบุรุษจึง อุปโลกป์สมมุติเอาต้นกล้วยมาทำเป็นศพแล้วทำพิธีให้เหมือนจริงทุกประการ เรียกว่า “หลอกผี” เมื่อศพเป็นต้นกล้วย คนจึงเป็นต้นกล้วยด้วย อายุเราก็สมมุติเอา เพราะต้องหลอกผี และทำเป็นกรณีพิเศษจากศพอื่นๆ จึงช่วยกันมโนเอา อะไรดีๆก้อช่วยกันว่า ช่วยกันสมมุติเอา ให้เกิดผลดีที่สุด เป็นการฌาปนกิจศพที่ตลกและสนุกมากๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

 

ไม่พอใจสาวมีแฟนแล้ว หนุ่มสุดกร่างชักปืนยิงสนั่นร้านข้าวต้มเจ๊กีเมืองชล (คลิป)

  เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสภ.เสม็ด อ.เมืองชลบุรีได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดของร้านข้าวต้มเจ๊กี เนื่องจากเกิดเหตุชายอายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้นั่งรับประทานอาหารกับพรรคพวก นอกจากนี้ยังมีเด็กนั่งอยู่ด้วย ได้ชักปืนออกมาหลังจากนั้นได้ยิงออกไปนอกร้าน โชคดีกระสุนปืนไม่โดนใคร

ทั้งนี้ นายเอ (นามสมมุติ) เป็นชาวจ.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรเวร สภ.เสม็ดว่า ภาพในวงจรปิดนั้นเป็นช่วงที่ตนพร้อมกับแฟนสาวได้เดินทางมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้มเจ๊กี ฝั่งไปทางอ่างศิลา เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 19 ก.ค. ชายคนที่มีอาวุธปืนมีลักษณะคล้ายมึนเมาสุรา เมื่อเห็นแฟนสาวของตนเข้ามา จึงเดินเข้ามาจีบ แต่แฟนของตนได้ตอบไปว่า “มากับแฟน” ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ และได้ตบหน้าตนไป 1 ครั้ง จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะและชักปืนยิง 1 นัด โชคดีไม่โดนใคร ก่อนที่จะขึ้นรถเก๋งหลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว และยืนยันว่าเห็นหน้าอีกครั้งจำได้แน่นอน

ที่มา>>>ข่าวสด

พบรูปหล่อสำริดพระอรหันต์โบราณอายุ 90 ปีกว่า 400 องค์ คาดมีหนึ่งเดียวในไทย

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่วัดเกาะแก้ว ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีการเก็บรักษาพระรูปหล่อสำริด ขนาดหน้าตักประมาณ 5 นิ้ว จำนวนมากกว่า 400 องค์ โดยรูปหล่อดังกล่าว มีทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่พบเห็นได้ยาก เช่น ปางรับผลมะม่วง ปางรับผลสมอ ปางรับน้ำจากพระอินทร์ ปางประทานพระเกษธาตุ รวมทั้งรูปหล่อสำริดพระอรหันต์มหาสาวก 80 รูป โดยแต่ละรูปจะมีการสลักรายละเอียดของพระพุทธรูปแต่ละปาง พระนามของพระอรหันต์ทั้ง 80 รูป รวมทั้งชื่อ และปีพ.ศ.ของผู้ที่สร้างถวายเอาไว้ด้วย จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบพระรูปสำริดเบื้องต้นพบว่า พระรูปหล่อสำริดดังกล่าวถูกสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2470-2480 และหนึ่งในจำนวนนั้น มีรูปหล่อสำริดของปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก่อนเป็นพระสงฆ์ในอากัปกิริยาต่างๆ ขนาดหน้าตัก 5 นิ้วรวมอยู่ด้วย อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ ผู้ที่ศึกษาเรื่องประวัติความเป็นมา เปิดเผยว่า รูปหล่อสำริดของ ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 นี้ เป็นแบบที่จำลองมาจากงานประติมากรรมรูปหล่อทองแดง ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ปัจจุบันประดิษฐาน ณ ฐานชุกชีหลังพระศรีศากยมุนี พระพุทธปฏิมากร ประธานในวิหารวัดสุทัศน์เทพวราราม แต่ในขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว ที่หล่อด้วยสำริดยังไม่ปรากฏว่าพบที่วัดอื่นๆ มาก่อน จึงคาดว่ารูปหล่อสำริดของ ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่วัดเกาะแก้ว อาจจะเป็นเพียง 1 เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ หากไม่นับการสร้างพระเพื่อให้ประชาชนบูชาแล้วที่วัดเกาะแก้ว น่าจะเป็นเพียงวัดเดียวในประเทศไทยอีกเช่นเดียวกันที่รวบรวมพระหล่อสำริดไว้มากที่สุด คือมากกว่า 400 องค์ ด้าน นายกัณธนพงศ์ กัญจนธนะโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมทอง เปิดเผยว่า พระหล่อสำริดดังกล่าวเกิดจากแรงศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมาค้าขายที่จังหวัดพิษณุโลก ในสมัย “หลวงพ่อแจง” เกจิอาจารย์ชื่อดังเป็นเจ้าอาวาส คาดว่าเมื่อเดินทางมาค้าขายประสบผลสำเร็จ ก็อาจจะมีการนำพระหล่อสำริดดังกล่าวมาถวายวัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีมากกว่า 1 พันองค์ ทางวัดจะจัดวางไว้บนมณฑป  ให้ประชาชนได้สักการะบูชา แต่ต่อมาพระหล่อสำริดดังกล่าว ก็ถูกลูกหลานของผู้ที่นำมาถวายเอากลับคืนไปบ้างหรือถูกขโมยไปบ้าง จนเหลือเพียงเท่าที่เห็นในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ ตนเองก็อยากจะอนุรักษ์ จัดแสดงพระรูปหล่อสำริดดังกล่าวให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

น้ำนองปทุมฯ! ถนนหน้าม.กรุงเทพอ่วมหนัก รถติด-ชาวบ้านถอดรองเท้าเดินลุยน้ำ

วันที่ 18 ก.ค. ที่จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงดึกหลังจากพายุฝนได้ซัดกระหน่ำหลายพื้นที่ของจังหวัด ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมขังถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ระดับน้ำ 40-50 เซนติเมตร ทำให้รถที่สัญจรต้องชะลอตัว และในซอยรังสิตภิรมย์มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งซอย นักศึกษาที่อยู่หอพักในซอยดังกล่าวเดินทางด้วยความยากลำบาก รถยนต์และรถจักรยานยนตร์จอดเสียเป็นจำนวนมากซึ่งไฟฟ้าได้ดับมาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ปั๊มน้ำมันต้องหยุดให้บริการ ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางคู่ขนานตรงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต มีน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร พ่อค้าไส้กรอกรายหนึ่ง เผยว่า เวลามีฝนตกน้ำจะท่วมอย่างนี้ประจำโดยเฉพาะหน้าม.กรุงเทพ น้ำท่วมขังสูงมาก วันนี้พายุฝนตกมาแค่ 1 ชั่วโมงน้ำก็ท่วมขังแล้วทำให้นักศึกษาและประชาชนต้องถอดรองเท้าลุยน้ำทุกครั้งที่มีฝนตกลงมา แต่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่แขวงการทางปทุมธานีนำเครื่องสูบระบายน้ำ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาได้มาก

ที่มา>>>ข่าวสด

“ป้าไร” หญิงใจบุญ ช่วยดูแลสุนัขจร ถูกทิ้ง ทำที่กันแดดฝน จับทำหมัน

วันที่ 18 ก.ค. รายงานข่าวว่าในป่าสวนยางเก่า ย่านถนนกาญจนวนิช ซอย 17/1 ซอยอรรถกระวี 1 เขตเทศเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ นางวิไลพร แสงละเอียด อายุ 52 ปี หรือป้าไร ชาว อ.หาดใหญ่ หญิงใจบุญเลี้ยงดูสุนัขจรจัดและสุนัขที่มีคนนำมาทิ้งกว่า 100 ตัว มา 6 ปี มีผู้ใจบุญและรักสุนัขช่วยสร้างเพิงพัก เพื่อให้เป็นที่หลบแดดหลบฝน บริจาคอาหารมาช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ ซึ่งทุกตัวอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อ้วนพีเนื่องจากได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางตัวซึ่งถูกเจ้าของนำมาทิ้งในสภาพขี้เรื้อนน่าสงสาร“ป้าไร” กล่าวว่าเริ่มต้นเลี้ยงดูสุนัขมาเมื่อ 6 ปี ด้วยความบังเอิญ เนื่องจากมาเดินออกกำลังกายและพบลูกสุนัข 4 ตัวถูกนำมาทิ้งไว้ในสภาพที่น่าสงสาร จึงได้นำอาหารมาให้มันกินทุกวัน แต่ปรากฏว่ากลับมีคนนำมาทิ้งเพิ่มขึ้นและตนก็เลี้ยงดูมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเดือนนี้มีคนนำลูกสุนัขมาทิ้งไว้ 4 ตัว เนื่องจากบริเวณที่เลี้ยงอยู่ในป่าห่างบ้านผู้คนจึงมักจะมีคนแอบนำสุนัขมาทิ้งไว้ในตอนที่ตนไม่อยู่เป็นประจำ มาเจออีกทีก็ตอนที่นำอาหารมาให้พวกมันกินแต่ก็เลี้ยงเอาไว้ทั้งหมด“ป้าไร” กล่าวว่า ทุกวันนี้ มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัขเดือนละ 3-4 พันบาท ทั้งค่าอาหารและยารักษาโรค ช่วงเช้าจะให้กินอาหารเม็ดส่วนช่วงเย็นจะให้กินข้าว ซึ่งจะต้มข้าวคลุกกับกระดูกวันละ 13 กิโลกรัม โดยจะเดินทางจากบ้านพักในย่านซอย 2 ถนนราษฎร์ยินดี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ มาดูแลพวกมันทุกเช้าเย็น และจะเรียกพวกมันว่าลูกทุกตัว และทุกตัวจะได้รับการดูอย่างดีทั้งเรื่องอาหาร ยารักษาโรคและอาบน้ำให้ และจะทำหมันทั้งหมดเพื่อควบคุมปริมาณเพราะเกรงว่าหากมากกว่านี้จะมีปัญหาในการดูแล

“เลี้ยงดูสุนัขต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้อีกนานแค่ไหน เพราะที่ดินตรงนี้เป็นที่ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ดูแลที่ดินเคยมาบอกให้นำสุนัขเหล่านี้ออกไปหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่ใหม่ได้ และที่ผ่านมาก็มีคนมาขอไปเลี้ยงดู ยินดีให้ไปแต่ต้องเลี้ยงดูให้ดี ส่วนความช่วยเหลือที่ต้องการมากที่สุดขณะนี้ คือ พวกยาแก้หวัด ยาขี้เรื้อนและวัคซีนซึ่งราคาค่อนข้างแพง” ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือติดต่อได้ที่ตนหมายเลข 085-0792726

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิดทองตรงไหน ได้อานิสงส์อย่างไร?

ปิดทองหลังพระ” หมายถึง “การที่คนเรา ทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังในสิ่งตอบแทน” สุภาษิตนี้ ชาวสนุก!ดูดวงคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมันยังเรียน ขยายความคือ เป็นเรื่องของคนที่ทำความดีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน

ชาวพุทธมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ด้านการงานหากต้องการความสำเร็จในสิ่งที่ทำไปแล้วโดยฉับพลันทันที

ปิดทองตรงไหน ได้อานิสงส์อย่างไร?

การสร้างอานิสงส์โดยการปิดทองพระพุทธปฏิมาจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลโดยตรง โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่ได้มีโอกาส ปิดทองพระ ไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดจะมีผิวพรรณผ่องใสงดงาม มีสง่าราศี เป็นที่ถูกเนื้อต้องใจของผู้ที่พบเห็น

ส่วนอานิสงส์ผลบุญที่ให้เห็นในชาตินี้ ชาวพุทธมีคติความเชื่อว่ามาตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบันดังต่อไปนี้

อานิสงส์ของการปิดทอง

อานิสงส์ของการปิดทองในตำแหน่งต่างๆ

ถ้าปิดที่พระพักตร์ (ใบหน้า) มีความเชื่อว่าทำให้หน้าที่การงานชีวิตเจริญรุ่งเรือง

ปิดบริเวณพระอุทร (ท้อง) มีความเชื่อว่าจะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง

ปิดที่พระนาภี (สะดือ) มีความเชื่อว่า ตลอดทั้งชีวิตจะไม่รู้จักคำว่าอด สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สิน

ปิดที่พระเศียร (ศีรษะ) มีความเชื่อว่า จะทำให้สติปัญญาความจำเป็นเลิศ สามารถแก้ไขฟันฝ่าปัญญาอุปสรรคของชีวิตได้ตลอด

ปิดที่พระอุระ (หน้าอก) มีความเชื่อว่า ทำให้มีความสง่าราศีเป็นที่ถูกใจของคนทั่วๆ ไป

ปิดที่ระหัตถ์ (มือ) มีความเชื่อว่าทำให้เป็นคนที่มีอำนาจบารมี

ปิดที่พระบาท (เท้า) มีความเชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยที่พักอาศัยและยวดยานพาหนะ

การไหว้พระปิดทองนั้น เป็นคติธรรมมุ่งหมายถึงการได้บูรณะต่อองค์พระพุทธปฏิมา เพื่อผลแห่งอานิสงส์ที่จะให้ผลโดยทันที ผู้ที่เกิดเคราะห์กรรมหรือวิบากกรรม อุปสรรค ความมั่วหมองในชะตาชีวิต

นอกจากนี้แล้ว การปิดทองหลังพระนั้น มีคติความเชื่อว่าถ้าจะให้การปิดทองทั้งหมดสมบูรณ์ต้องปิดด้านหลังด้วย เช่น กรณีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แม้การปิดทองบริเวณฐานของรองขององค์พระทำให้หน้าที่การงานมั่นคงเจริญก้าวหน้า

ที่มา>>>Sanook

จลาจลเรือนจำปัตตานี ใช้เวลาระงับเหตุวุ่นวายกว่า 8 ชั่วโมง ระดมยิงแก๊สน้ำตา (คลิป)

14686431321468643203lผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุจลาจรที่เรือนจำกลางปัตตานี ซึ่งผู้ต้องหารวมตัวกันก่อจลาจล เผาเรือนจำ หลายจุด ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 15 ก.ค. โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติได้ได้สำเร็จ ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 22.20 น. เจ้าหน้าที่ทั้งหมด กว่า 100 นายได้เข้าพวกบุกเข้าไปในเรือนจำ ในทางประตูด้านหน้า โดยมีเสียงปืนดัง อย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมทั้งได้และนำรถควบคุมผู้ต้องขังจำนวน 2 คันเอามาจอดไว้บริเวณหน้าเรือนจำ และได้เรียกรถชุดปฐมพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์ เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้บาดเจ็บ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทั้งหมดออกจากพื้นที่ โดยมีรายงานว่าไม่มีการใช้กระสุนจริง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนเป็นระยะๆ  มีการยิงแก๊สน้ำตา ระหว่างนั้น ตำรวจดับเพลิงได้ควบคุมเพลิงต้องใช้รถกระเช้า และรถเสริม 10 กว่าคันกว่าจะคุมเพลิงไว้ได้ ร่วม 2  ชั่วโมง จนเมื่อเวลา 23.05 น เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้ มีการนำรถควบคุมผู้ต้องขัง ออกจากเรือนจำ 3 คัน และมีผู้ต้องขังนักโทษไม่ทราบจำนวนอยู่ภายในด้วย และนำรถกู้ภัยเข้าไปในเรือนจำ มีรายงานผู้บาดเจ็บ 1 ราย และมีการย้ายผู้ต้องขัง ทั้งหมด 235 คน ไปยังเรือนจำ สงขลา และเรือนจำไกล้เคียง เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติได้ได้สำเร็จ ในเวลา 24.00 น.

ที่มา>>>ข่าวสด